3 วิธี เพิ่มความหนักหน่วงให้การออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก ง่าย ๆ แค่นี้

ลดน้ำหนักงั้นเหรอ?? รู้มั้ยกว่าที่ไขมันรอบตัวเราจะเพิ่มขึ้นมาจนเห็นเป็นห่วงยางชัดเจนขนาดนี้ มันยังใช้เวลาตั้งเป็นสิบ ๆ ปีเลยนะครับ การออกกำลังกายเพื่อจะลดน้ำหนักลงมาให้ได้เท่าเดิมก็ต้องใช้เวลาเช่นกัน แต่สำหรับใครที่ออกกำลังกายอยู่ประจำสม่ำเสมอจนรู้สึกว่าน้ำหนักมันไม่ลดลงไปกว่าเดิมแล้วล่ะก็ เรามาลองดู 3 เคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยเพิ่มความหนักหน่วง ทำให้การออกกำลังกายของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้นกันดีกว่า จะมีวิธีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลย สำหรับใครที่ยังไม่เคยเล่นเวทเทรนนิ่งเลย ลองตามไปอ่านบทความนี้ก่อนนะ : วิธีลดน้ำหนัก สูตรของเราที่ทำแล้วได้ผลแน่นอน   เพิ่มจำนวนวัน มันกันล่ะงานนี้ อันดับแรกเลยถ้าเราอยากเสริมความฟิตให้ร่างกาย หรืออยากลดน้ำหนักให้ได้ไวขึ้น ก็ต้องเพิ่มวันออกกำลังกายกันก่อน องค์การอนามัยโลกเค้าแนะนำให้ออกกำลังกายอย่างน้อยอาทิตย์ละ 5 วันอยู่แล้วครับ แต่ปกติคนออกกำลังกายหรือลดน้ำหนักทั่วไปก็จะทำกันแค่ 3-4 วันเท่านั้น เพราะเพิ่งเริ่มต้นใหม่ ๆ ก็ไม่อยากให้ร่างกายรับภาระหนัก แต่ถ้าออกกำลังกายจนชินแล้วล่ะก็ เพิ่มจำนวนวันเป็น 5-6 วันไปเลย เพิ่มเวลา ลดน้ำหนัก พาให้ร่างกายฟิตขึ้นกว่าเดิม ถ้ารู้สึกว่าการเพิ่มวันมันจะหนักหนาเกินไป อยากมีวันพักผ่อนสบายใจเยอะ ๆ หน่อย ก็เพิ่มเวลามันไปเลยแล้วกัน จากปกติที่เราออกกำลังกาย 3-4 วัน/สัปดาห์ ครั้งละ 20-40 นาที ถ้าอยากให้หุ่นดีขึ้น น้ำหนักลดลงไว ๆ ก็อาจเพิ่มความหนักหน่วงของการออกกำลังกายลงไปโดยเพิ่มระยะเวลาแทน เริ่มจากเพิ่มทีละ 2 นาที 3 นาที 4 นาที ไปเรื่อย ๆ ในแต่ละสัปดาห์ ร่างกายจะได้ปรับตัวได้ทัน ไม่เป็นอันตรายในระยะยาวด้วยครับ เพิ่มความเร็ว เพิ่มความหนัก ดักจับหุ่นดีในอนาคต ถ้ารู้สึกว่าเพิ่มวันออกกำลังกายมันเหนื่อยเกินไป เพิ่มเวลาออกกำลังกายมันก็กินเวลามากไปอีก งั้นเพิ่มความเร็ว เพิ่มความหนักหน่วงให้การออกกำลังกายซะเลย วิธีนี้แหละเหมาะกับคุณที่สุดแล้ว ไหน ๆ ก็อยากฟิตหุ่นให้ดีขึ้น ลดน้ำหนักให้ไวลง ก็ต้องใช้วิธีนี้แหละ ลองเพิ่มน้ำหนักของดัมเบล เพิ่มจำนวนครั้งในการซิตอัพ หรือวิ่งให้ไวขึ้นกว่าเดิม แค่นี้ก็จะทำให้เรามีรูปร่างที่ฟิตปั๋ง ร่างกายแข็งแรง แถมลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเสียเวลาเพิ่มเติมแต่อย่างใดแล้วล่ะครับ

15 วิธีลดความอ้วนสุดง่าย แบบฉบับสาวขี้เกียจ

1. จิบคาเฟอีนสักนิด คาเฟอีนจะช่วยเพิ่มความสามารถในการเผาผลาญแคลอรีได้ถึง 3 ชั่วโมงเลยทีเดียวค่ะ แต่แทนที่จะดื่มกาแฟที่มีน้ำตาลเยอะ ลองหันมาจิบชาแทนจะดีกว่านะคะ 2. เปลี่ยนมานั่งลูกบอลออกกำลังกาย การนั่งเฉยๆ ดูโทรทัศน์บนโซฟา ไม่ช่วยให้ผอมลงค่ะสาวๆ ลองหันมานั่งบนลูกบอลออกกำลังกาย ที่จะทำให้คุณได้ออกกำลังกายไปในตัวดีกว่า เพราะลูกบอลนี้จะช่วยเผาผลาญพลังงานได้มากถึง 260 แคลอรีต่อวันเลยล่ะค่า 3. งดกินแป้งสัก 2 วัน หากการไม่กินแป้งทุกวันมันทำยากเกินไป สาวๆ อาจจะลดเป็น 2 วันต่อสัปดาห์ก็ได้ค่ะ ซึ่งแม้จะเป็นการงดแป้งเพียง 2 วัน แต่ก็ช่วยให้สาวๆ ลดน้ำหนักได้ดีกว่าที่คิด! 4. เคี้ยวหมากฝรั่งบ่อยๆ การเคี้ยวหมากฝรั่งจะช่วยให้สาวๆ อยากอาหารน้อยลงถึง 10 เปอร์เซ็นต์! แต่แนะนำว่าควรเลือกหมากฝรั่งที่น้ำตาลน้อยนะคะ 5. กินอาหารเผ็ด อาหารเผ็ด อย่างเมนูอาหารไทยๆ ของบ้านเรานี่ล่ะค่ะ คือตัวช่วยลดน้ำหนักชั้นยอด เพราะการกินอาหารที่มีรสเผ็ดจะช่วยให้กระบวนการเผาผลาญหรือเมตาบอลิซึ่มทำงานได้ดีขึ้นถึง 23 เปอร์เซ็นต์! 6. ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ หากวันหยุดไหนที่อยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ อย่ามัวแต่หาอะไรเข้าปากค่ะสาวๆ ลองออกจากบ้านหรือลุกขึ้นมาออกกำลังกายสัก 2 วันต่อสัปดาห์ แค่นี้ก็ช่วยลดน้ำหนักได้มากกว่าเดิมถึง 3 เท่าแล้วล่ะค่า 7. เลิกเครียด ใครที่ชอบนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด เครียดกับงานที่ทำตลอดเวลา หยุดด่วนๆ เลยนะคะ เพราะผู้หญิงที่เครียดมีแนวโน้มที่จะเผาผลาญพลังงานได้น้อยกว่าผู้หญิงที่มีสุขภาพจิตดีถึง 104 แคลอรีเลยล่ะ!   8. จิบเบียร์วันละนิด สาวนักดื่มคงยิ้มร่ากับการลดความอ้วนวิธีนี้ค่ะ เพราะการจิบเบียร์ 2 แก้วต่อวันจะช่วยชะลอการแตกตัวของไขมันได้ถึง 73 เปอร์เซ็นต์! 9. ขยับเท้าเวลานั่ง ระหว่างที่นั่งทำงาน อย่าปล่อยให้เท้าอยู่เฉยค่ะ เพราะการขยับเท้าเวลานั่งจะช่วยเบิร์นแคลอรีได้มากกว่าการนั่งเฉยๆ ถึง 100 แคลอรีเลยทีเดียวค่ะ 10. ออกกำลังกายวันละ 10 นาที รู้มั้ยคะสาวๆ ว่าแค่ออกกำลังกายเล็กๆ น้อยๆ เพียงวันละ 10 นาที ให้เหงื่อได้ออกพอประมาณ ก็ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญได้เป็นชั่วโมงแล้ว! 11. ดื่มน้ำก่อนกินอาหาร การดื่มน้ำจะช่วยให้สาวๆ รู้สึกอิ่มและลดอาการอยากอาหารได้ดีเลยล่ะค่ะ แถมยังเป็นวิธีที่ช่วยป้องกันไม่ให้สาวๆ กินอาหารมากเกินขนาดอีกด้วย! 12. กินดาร์คช็อคโกแลตเป็นของหวาน แทนที่จะเลือกขนมหรือคุกกี้ที่มีน้ำตาลอย่างอัดแน่นมากินเป็นของหวาน แนะนำให้หยิบดาร์คช็อคโกแลตสักชิ้นมากินจะดีกว่าค่ะ เพราะนอกจากจะมีน้ำตาล ตัวการของความอ้วนในปริมาณน้อยแล้ว ยังช่วยทดแทนพลังงานที่ต้องใช้ได้อีกด้วย 13. อย่าปล่อยท้องหิวมากไป การปล่อยให้หิวมากเกินไป เป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้สาวๆ กินมากขึ้นโดยไม่รู้ตัวค่ะ ทางที่ดีควรกินให้ตรงเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ค่ะ 14. กินมื้อเย็นให้เร็วขึ้น ใครที่ชอบกินดึกๆ แนะนำให้หยุดด่วนๆ ค่ะ เพราะสาวๆ ควรกินมื้อเย็น อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงก่อนเวลาเข้านอน และไม่ควรกินมากเกินไป เพราะจะทำให้ระบบย่อยทำงานผิดปกติได้ 15. นอนให้มากขึ้น การอดนอนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สาวๆ กินมากขึ้นระหว่างวันค่ะ ฉะนั้นควรนอนให้เพียงพออย่างน้อย 7-9 ชั่วโมงต่อวัน เพราะนี่คือวิธีที่ง่ายและช่วยให้การลดน้ำหนักของสาวๆ ได้ผลดีที่สุด