20 เรื่องเข้าใจผิด เกี่ยวกับการ ลดน้ำหนัก

1. ผู้หญิงเล่นเวทแล้วตัวจะใหญ่เหมือนผู้ชาย เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมาก เพราะผู้หญิง มีฮอร์โมน และโครงสร้างร่างกายที่ต่างจากผู้ชาย ( ที่เห็นหลายคนใหญ่ๆกินฮอร์โมนเพศชาย,กินเยอะและฝึกหนัก)   2. กินน้ำเยอะทำให้บวมน้ำ การบวมน้ำเกิดจากร่างกายขาดน้ำ จึงต้องกักเก็บน้ำไว้ในเซลล์ เพื่อให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ จึงเป็นเหตุผลให้เราตัวบวม   3. กล้ามเนื้อเปลี่ยนเป็นไขมัน และไขมันเปลี่ยนเป็นกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อและไขมันคนละอย่างกัน ไม่มีอะไรเปลี่ยนเป็นอะไร มีแค่การแทนที่กัน ฉะนั้นควรจะมีการออกกำลังกายทั้งการคาดีโอเพื่อเผาพลาญไขมันและการเล่นเวทเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ไม่ควรเล่นเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น   4. ทานข้าวเย็นทำให้อ้วน ความอ้วนเกิดจากการทานอาหารเกินความจำเป็นของร่างกาย ไม่ได้เกิดจากการทานอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง ฉะนั้นทางที่ดีที่สุดคือทานให้ครบ 3 มื้อและมื้อเย็นควรจะห่างจากช่วงเวลาที่เราจะนอนก่อน 4 ชั่วโมงจะดีมากๆครับ ไม่รู้ว่าจะทานอะไรดี ลองมาดูอาหารลดน้ำหนักได้จากลิ้งนี้เลยนะครับ : อาหารลดน้ำหนัก   5. หลังออกกำลังกายไม่ควรทานอาหาร เพราะจะทำให้ร่างกายหยุดดึงพลังงานมาใช้ ร่างกายคนเรามีการใช้พลังงานตลอดเวลา แม้แต่ตอนเรานอนหลับ ร่างกายจะไม่ใช้พลังงานก็ต่อเมื่อเราตาย และที่สำคัญหลังออกกำลัง ประมาณ 20-30 นาที ควรทานอาหารที่มีประโยชน์ เพราะร่างกายอ่อนเพลียและต้องการสารอาหาร   6. เล่นเวท 2-4 สัปดาห์แรกตัวบวมขึ้น หมายถึง กล้ามเนื้อโตขึ้น หรืออ้วนขึ้น การที่ร่างกายดูบวมๆขึ้น เกิดจากช่วงแรกๆที่เราเริ่มเล่น ร่างกายยังไม่ชิน จึงเกิดการสะสม ของเหลว และสารอาหารไว้ในเซลลล์กล้ามเนื้อ เพื่อไว้เป็นพลังาน และซ่อมเเซมร่างกาย แต่เมื่อผ่านไปสักระยะร่างกายจะเริ่มปรับตัวได้ และเริ่มขับของเหลวออกมา ตัวเราจะจะบวมน้อยลง   7. อยากลดพุง ต้องซิตอัพทุกวัน การซิตอัพเป็นการสร้างความแข็งแรงของกล้ามท้อง ไม่ได้ช่วยให้ไขมันหายไป ถ้าจะลดไขมันต้องคาร์ดิโอ และทานอาหารให้เหมาะสม   8. วิ่งเสร็จห้ามนั่ง เดี่ยวก้นโต การที่กล้ามเนื้อจะโตได้ ต้องอาศัยแรงต้านจากภายนอกเข้ามาช่วยกระทำ บวกกับการพักผ่อนและอาหารที่เหมาะสม ไม่ได้เกิดจากการกดทับ (ถ้ามันโตได้จริง วิ่งเสร็จ มานอนทับแขนดีกว่าแขนจะได้โต ไม่ต้องยกเวทให้เหนื่อย)   9. ปั่นจักยานแล้วขาโต คล้ายๆกับข้อก่อนหน้านี้ กล้ามเนื้อจะโตได้ ต้องประกอบไปด้วย แรงต้าน อาหาร พักผ่อน ดั้งนั้นการปั่นจักยานไม่สามารถทำให้ขาโตได้ แต่จะทำให้ขาแน่น และกระชับขึ้น (การที่เห็นนักกีฬาแข่งจักยานขาโต เป็นเพราะเค้าฝึกเวทเทรนนิ่งควบคู่ไปด้วย เพื่อให้ขามีความแข็งแรงและทนทานมากขึ้น)   10. สาวๆ เล่นเวทแล้วหน้าอกโตๆ หน้าอกผู้หญิงจะประกอบไปด้วยไขมันเป็นส่วนใหญ่ ดั้งนั้นการฝึกเวทเพียงแค่ช่วยให้กระชับและแข็งแรงขึ้น (ถ้าอยากให้ใหญ่ต้องพบหมอ)   11. เจ็บแล้วต้องซ้ำ จริงมั้ย? การออกกำลังกายเป็นการทำลายกล้ามเนื้อ ดั้งเราจะต้องพักเพื่อให้ร่างกายได้มีการซ่อมแซม เพราะถ้าฝืนเล่นต่ออาจมีการบาดเจ็บเพิ่มขึ้น และร่างกายไม่มีการพัฒนา ดั้งนั้นเปลี่ยนไหม่ “เจ็บแล้วต้องพัก”   12. ยิ่งเหงื่อออกเยอะหมายถึง ไขมันก็ออกเยอะ ลดน้ำหนักได้เยอะ ไขมันก็คือ ไขมัน ส่วนเหงื่อเกิดจากอุณภูมิในร่างกายเพิ่มมากขึ้น ร่างกายจึงหาวิธีลดอุณภูมิลง โดยการขับน้ำออกทางผิวหนังแล้วกลายเป็นเหงื่ออย่างที่เราเห็น โดยเหงื่อจะไปกอบไปด้วย น้ำ เกลือแร่ วิตามิน แต่ที่น้ำหนักลดลงไปหลังจากเหงื่อออกเยอะๆ เป็นเพราะร่างกายเสียน้ำ ไม่ใช่ไขมันหายไป (ถ้าไขมันออกมาพร้อมเหงื่อ แนะนำให้ไปยืนตากแดดสักวัน ไม่ต้องออกกำลังกายให้เหนื่อย)   13. สามารถลดไขมันเฉพาะส่วนได้ เราไม่สามารถเลือกลดไขมัน ลดสัดส่วนเฉพาะที่ได้ เพราะการทำงานหรือออกกำลังแต่ละครั้ง ร่างกายจะใช้พลังงานจากทุกๆส่วน เพราะฉะนั้นเราต้องวางแผนในการลดน้ำหนักให้ได้ทั้งร่างและเลือกทานอาหารที่ดีครับ ถ้าสนใจวิดีโอที่จะช่วยให้คุณออกกำลังกายได้ทั้งร่างเลยหล่ะก็ ลองดูที่ลิ้งนี้ได้เลยนะครับ : วิดีโอออกกำลังกายลดน้ำหนัก   14. กินอาหารเสริมไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายบ่อยก็เห็นผล อาหารเสริมเป็นแค่ตัวช่วยอย่างหนึ่ง ไม่ใชยาวิเศษ กินแล้วไม่ออกกำลังกาย ก็ไม่เกิดผล (แถมเปลืองเงินอีก) บางรายก็หลอกลวง อาหารเสริมไม่จำเป้นครับ ชื่อก้บอกอยู่ว่า อาหาร”เสริม” นั่นก็คือไม่จำเป็น หันมาทานอาหารดีๆเพื่อสุขภาพแล้วออกกำลังกายเอาดีกว่า เห็นผลดีกว่าเยอะครับ   15. ยาลดน้ำหนักกินแล้วช่วยลดไขมัน ชื่อก็บอกตรงตัวอยู่แล้วว่า “ยาลดน้ำ” หนัก ไม่ใช่ลดไขมัน การที่หลายๆทานแล้วน้ำหนักลดเป็นเพราะ ยาตัวนี้ไปกดประสาท ทำให้ไม่รู้สึกหิว หรือกินได้น้อยๆ แถมยังทำให้มีการขับถ่ายบ่อย น้ำหนักที่หายๆไปก็เป็น น้ำ และกล้ามเนื้อ มีไขมันน้อยมาก ( อ่านเเล้วอย่าให้โดนเค้าหลอกอีกละ)   16. การสร้างกล้ามเนื้อต้องทานแต่ อกไก่ และไข่ขาว การสร้างกล้ามเนื้อจำเป็นต้องอาศัยการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ไม่ได้ทานแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง ฉะนั้นถ้าอยากได้กล้ามและลดน้ำหนักได้ต้องทานสารอาหารให้ครบ 5 หมู่นะครับ   17. โซเดียมไม่มีประโยชน์ ไม่ต้องทานก็ได้ โซเดียวมีหน้าที่รักษาความสมดุลของของเหลวในร่างกาย รักษาความดันโลหิตให้ปกติ ช่วยในการทำงานของประสาท และกล้ามเนื้อ เพราะฉะนั้นทานได้แต่ในบริมาณที่เหมาะสม   18. กินไก่ ทำให้เป็นโรคเก๊าท์ โรคเก๊าท์เกิดจากการมีกรดยูริกสะสมบริมาณข้อต่อต่างๆ ในปริมาณที่มากกว่าปกติ “การทานไก่ไม่ได้ทำให้คนปกติเป็นเก๊าท์” แต่การทานไก่จะมีผลต่อคนที่เป็นโรคเก๊าท์อยู่แล้ว   19. นักเพาะกายที่ขึ้นประกวดบนเวที สามารถมีร่างกายที่ลีนและกล้ามเนื้อชัดแบบนั้นไปตลอดได้ สำหรับนักกีฬาเพาะกายแล้วเค้าจะมีช่วงที่ลดน้ำหนัก และช่วงที่สร้างกล้ามเนื้อ และการที่เราเห็นเค้ามีกล้ามชัดๆสวยๆ นั้นคือช่วงที่ร่างกายอ่อนล้า และเพลียมาก เพราะขาดทั้งน้ำ ทั้งแป้ง และยังมี%ไขมันที่ต่ำมาก ดังนั้นร่างกายคนเราไม่สามารถที่จะอยู่ในภาวะแบบนั้นไปนานๆได้ หลังประกวดเสร็จทุกคนก็จะเข้าสู่โหมดกิน.. แต่ขอนับถือในความพยายาม และความตั้งใจของนักเพาะกายทุกคน..สุดยอดมากๆ   20. เล่นเวทแล้วไม่ปวด แสดงว่าไม่ได้ผล กล้ามไม่โต อาการปวดของกล้ามเนื้อ เกิดขึ้นจากการฉีกขาดภายในเส้นใยของกล้ามเนื้อ เนื่องจากร่างกายของเราไม่ชินกับกิจกรรรมที่ทำ เช่น น้ำหนัก การฝึก หรือรูปแบบของการออกำลังกาย แต่ไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่ากล้ามจะโต เพราะปัจจัยหลักๆของการพัฒนากล้ามเนื้อ คือ การฝึก อาหาร และการพักผ่อนที่เหมาะสม เพราะฉะนั้นเล่นเเล้วไม่ปวดไม่ต้องนอย เอาแค่ ตอนฝึกบังคับกล้ามเนื้อที่ฝึกให้ได้ ใช้น้ำหนักที่เหมาะสม กินให้ถึง นอนให้พอ

3 วิธี เพิ่มความหนักหน่วงให้การออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก ง่าย ๆ แค่นี้

ลดน้ำหนักงั้นเหรอ?? รู้มั้ยกว่าที่ไขมันรอบตัวเราจะเพิ่มขึ้นมาจนเห็นเป็นห่วงยางชัดเจนขนาดนี้ มันยังใช้เวลาตั้งเป็นสิบ ๆ ปีเลยนะครับ การออกกำลังกายเพื่อจะลดน้ำหนักลงมาให้ได้เท่าเดิมก็ต้องใช้เวลาเช่นกัน แต่สำหรับใครที่ออกกำลังกายอยู่ประจำสม่ำเสมอจนรู้สึกว่าน้ำหนักมันไม่ลดลงไปกว่าเดิมแล้วล่ะก็ เรามาลองดู 3 เคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยเพิ่มความหนักหน่วง ทำให้การออกกำลังกายของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้นกันดีกว่า จะมีวิธีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลย สำหรับใครที่ยังไม่เคยเล่นเวทเทรนนิ่งเลย ลองตามไปอ่านบทความนี้ก่อนนะ : วิธีลดน้ำหนัก สูตรของเราที่ทำแล้วได้ผลแน่นอน   เพิ่มจำนวนวัน มันกันล่ะงานนี้ อันดับแรกเลยถ้าเราอยากเสริมความฟิตให้ร่างกาย หรืออยากลดน้ำหนักให้ได้ไวขึ้น ก็ต้องเพิ่มวันออกกำลังกายกันก่อน องค์การอนามัยโลกเค้าแนะนำให้ออกกำลังกายอย่างน้อยอาทิตย์ละ 5 วันอยู่แล้วครับ แต่ปกติคนออกกำลังกายหรือลดน้ำหนักทั่วไปก็จะทำกันแค่ 3-4 วันเท่านั้น เพราะเพิ่งเริ่มต้นใหม่ ๆ ก็ไม่อยากให้ร่างกายรับภาระหนัก แต่ถ้าออกกำลังกายจนชินแล้วล่ะก็ เพิ่มจำนวนวันเป็น 5-6 วันไปเลย เพิ่มเวลา ลดน้ำหนัก พาให้ร่างกายฟิตขึ้นกว่าเดิม ถ้ารู้สึกว่าการเพิ่มวันมันจะหนักหนาเกินไป อยากมีวันพักผ่อนสบายใจเยอะ ๆ หน่อย ก็เพิ่มเวลามันไปเลยแล้วกัน จากปกติที่เราออกกำลังกาย 3-4 วัน/สัปดาห์ ครั้งละ 20-40 นาที ถ้าอยากให้หุ่นดีขึ้น น้ำหนักลดลงไว ๆ ก็อาจเพิ่มความหนักหน่วงของการออกกำลังกายลงไปโดยเพิ่มระยะเวลาแทน เริ่มจากเพิ่มทีละ 2 นาที 3 นาที 4 นาที ไปเรื่อย ๆ ในแต่ละสัปดาห์ ร่างกายจะได้ปรับตัวได้ทัน ไม่เป็นอันตรายในระยะยาวด้วยครับ เพิ่มความเร็ว เพิ่มความหนัก ดักจับหุ่นดีในอนาคต ถ้ารู้สึกว่าเพิ่มวันออกกำลังกายมันเหนื่อยเกินไป เพิ่มเวลาออกกำลังกายมันก็กินเวลามากไปอีก งั้นเพิ่มความเร็ว เพิ่มความหนักหน่วงให้การออกกำลังกายซะเลย วิธีนี้แหละเหมาะกับคุณที่สุดแล้ว ไหน ๆ ก็อยากฟิตหุ่นให้ดีขึ้น ลดน้ำหนักให้ไวลง ก็ต้องใช้วิธีนี้แหละ ลองเพิ่มน้ำหนักของดัมเบล เพิ่มจำนวนครั้งในการซิตอัพ หรือวิ่งให้ไวขึ้นกว่าเดิม แค่นี้ก็จะทำให้เรามีรูปร่างที่ฟิตปั๋ง ร่างกายแข็งแรง แถมลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเสียเวลาเพิ่มเติมแต่อย่างใดแล้วล่ะครับ

อาหารลดน้ำหนักมื้อเที่ยง

แม้ว่ามื้อเที่ยงจะได้ชื่อว่าเป็นมื้อแห่งราชา ที่สามารถรับประทานได้มากก็ตาม แต่สำหรับใครที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ ก็ควรใส่ใจกับอาหารที่รับประทาน เพราะหากรับประทานแบบไม่ยั้งคิด มื้อกลางวันก็อาจกลายเป็นตัวการที่ทำให้อ้วนได้ ในมื้อเที่ยงนี้หลายๆ คนมักเข้าใจว่าสามารถรับประทานอะไรก็ได้โดยไม่ต้องยั้งปาก ทำให้กว่าจะรู้ตัวอีกทีความอ้วนก็มาเยือนแบบไม่ทันได้ตั้งตัว โดยมื้อกลางวันผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะหนุ่มสาวออฟฟิศ ที่หลังจากรับประทานมื้อเที่ยงเรียบร้อยแล้ว ก็มักจะขึ้นไปนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดแทบทั้งวัน เมื่อทานอิ่มแล้วนั่งอยู่กับที่เป็นเวลาหลายชั่วโมงโดยไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างกายเท่าไหร่นัก แน่นอนว่าไขมันย่อมไปพอกพูนอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง ดังนั้นอาหารลดน้ำหนักมื้อเที่ยงจึงควรเน้นอาหารที่อิ่มนาน แต่แคลอรี่ต่ำ ไขมันต่ำ เมนูสำหรับมื้อกลางวัน สุกี้ไก่ หรือสุกี้ทะเล ต้มยำ เกาเหลา สปาเกตตี้อกไก่ โซบะอกไก่ ข้าวกล้อง+ไก่ผัดขิง ต้มจืดวุ้นเส้น+ข้าวกล้อง

อาหารลดน้ำหนักมื้อเช้า

สำหรับมื้อเช้าจัดเป็นมื้ออาหารที่ไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง เพราะเป็นช่วงที่สมองของเราต้องเริ่มต้นใช้งาน ซึ่งการรับประทานอาหารในมื้อเช้านี้นอกจากจะช่วยให้ร่างกายมีเรี่ยวแรง สมองมีพลังในการบรรเจิดไอเดียต่างๆ แล้ว ยังช่วยให้ไม่อ้วนง่ายเมื่อเทียบกับคนที่ละเลยมื้อเช้า ด้วยความที่มื้อเช้ากับสภาวะสังคมในปัจจุบัน ที่ผู้คนต้องคอยรีบเร่งแข่งขันกันกับเวลาอยู่แทบจะตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้หลายๆ คนมักหันไปเลือกรับประทานอาหารที่หาได้ง่ายและสะดวก อย่างอาหารขยะ หรือจังก์ฟู้ดทั้งหลาย ซึ่งนั่นเท่ากับเป็นการสะสมไขมันเข้าสู่ร่างกาย และพลังงานที่มากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ ดังนั้นอาหารลดน้ำหนักมื้อเช้าจึงควรเป็นอาหารที่ ทานไว ทานง่าย และให้พลังงานต่ำ (เพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องทานอาหารเที่ยงแล้ว) เมนูมื้อเช้าแบบง่ายๆ โจ๊กหมู เรียกว่าหาซื้อรับประทานได้ง่าย แถมมีประโยชน์ครบถ้วน ต้มเลือดหมู เรียกว่าเป็นเมนูเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริงที่มีสารอาหารครบถ้วน ขนมปัง+ไข่ดาว จัดเป็นเมนูที่ทำง่ายและสะดวกมากๆ แต่ควรเลือกแผ่นขนมปังโฮลวีทแทนขนมปังขาวธรรมดา เนื่องจากมีกากใยอาหาร และสารอาหารมากกว่า ซีเรียลผสมข้าวโอ๊ต หรือผลไม้ต่างๆ ก็เป็นอีกเมนูหนึ่งที่สามารถทำรับประทานได้ง่ายๆ โยเกิร์ตผสมผลไม้สด โดยควรเลือกเป็นโยเกิร์ตรสธรรมชาติ เนื่องจากมีปริมาณไขมันน้อยกว่าโยเกิร์ตรสผลไม้ แล้วใส่ผลไม้สดตามที่เราชอบลงไป ขนมครก แต่ต้องเลือกเจ้าที่ใส่แป้งน้อย น้ำมันน้อย ข้อดีคือขนมครกจะใช้การทำให้สุกโดยการปิ้ง(ไม่ได้ทอดเหมือนปาท่องโก๋) แกงจืด อาหารทานง่าย ซื้อไว้/ทำเองตั้วแต่ตอนเย็น ตอนเช้าก็นำมาอุ่นทานได้ทันที อกไก่อบ ถือว่าเน้นโปรตีน และหาทานง่าย (ใน 7-11 ก็มีอกไก่สำเร็จขาย) อกไก่ถือเป็นส่วนที่มีไขมันน้อยที่สุดของเนื้อไก่ ไข่ต้ม แนะนำการทานไข่ต้มในตอนเช้า และไม่ควรทานไข่ทอดอย่างยิ่ง บางคนอาจไม่ต้องการคอเรสเตอรอล สามารถเลือกทานเฉพาะไข่ขาวก็ได้ น้ำเต้าหู้ไม่ใส่น้ำตาล น้ำเต้าหู้ถือว่าช่วยให้อยู่ท้องมากกว่าการทานกาแฟ หากใครที่ทำงานสาย อีกไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงมื้อเที่ยง น้ำเต้าหู้ถือเป็นตัวเลือกที่ดี เมนูมื้อเช้าที่ควรเลี่ยง อาหารประเภททอด ไม่ว่าจะเป็น หมูทอด ไก่ทอด ปาท่องโก๋ เต้าหู้ทอด ฯลฯ ขนมปังหวานควรเลี่ยง เช่น ขนมอบ เบเกอร์รี่ ขนมเค้ก ขนมจีบ ซาลาเปา หลายคนมักทานมื้อเช้าเป็นอาหารง่ายๆ ทานไวๆ เช่นกาแฟและขนมเค้ก หรืออาจจะเป็นน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ ซึ่งเมนูเหล่านี้อุดมไปด้วยไขมันที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย

ป่วยไทรอยด์ลดน้ำหนักยังไงดี 7 วิธีนี้สิช่วยให้ผอมอย่างปลอดภัย

          เป็นโรคไทรอยด์จนอ้วนขึ้น จะลดน้ำหนักยังไงให้กลับมาผอมเหมือนเดิม และไม่อันตรายต่อร่างกาย ไม่กระทบต่อโรคไทรอยด์ที่เป็นอยู่ ลองมาดูวิธีกัน ภาวะไฮโปไทรอยด์ หรือไทรอยด์แบบอ้วน เกิดจากการที่ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยลง จนกระทบต่อระบบเผาผลาญ ทำให้ผู้ป่วยโรคไฮโปไทรอยด์อ้วนขึ้น มีอาการหน้าบวม ตัวบวม ครั้นจะลดน้ำหนักก็ลองทำมานาน ทว่าน้ำหนักและความอ้วนกลับไม่ลดลงเลย ดังนั้นกระปุกดอทคอมเลยอยากเสนอวิธีลดน้ำหนักสำหรับผู้ป่วยไทรอยด์ ที่จะช่วยกู้ร่างเดิมกลับมาได้ และมีความปลอดภัยต่อร่างกายของผู้ป่วยด้วย ทว่าในขั้นแรก นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์ ศัลยแพทย์หัวใจหลอดเลือดและทรวงอก แนะนำว่า เราควรเคลียร์ร่างกายให้พร้อมก่อนจะเริ่มลดน้ำหนัก เนื่องจากปัจจัยหลาย ๆ อย่างของโรคไทรอยด์อาจทำให้ลดน้ำหนักไม่สำเร็จ ฉะนั้นหากคุณไม่อยากตกอยู่ในภาวะลดน้ำหนักแทบตาย แต่กลับไม่ผอมลงเลย ก็ควรต้องรู้ข้อต่อไปนี้ให้ชัด และทำความเข้าใจให้ดี – แยกสาเหตุของโรคไฮโปไทรอยด์ว่าเป็นชนิดใด โรคไฮโปไทรอยด์มีอยู่สองชนิดด้วยกัน คือไฮโปไทรอยด์ที่เกิดจากต่อมไทรอยด์ (Primary) และไฮโปไทรอยด์ที่เกิดจากสมอง (Secondary) โดยเราสามารถสังเกตและแยกชนิดได้ด้วยระดับฮอร์โมนกระตุ้นต่อมไทรอยด์ (TSH) ถ้าระดับฮอร์โมนสูงก็แสดงว่าเป็นไฮโปไทรอยด์ชนิดที่เกิดจากตัวต่อม สามารถปรับให้ระดับฮอร์โมนดังกล่าวเป็นปกติได้ด้วยยา ทว่าหากมีระดับฮอร์โมนต่ำ นั่นแสดงว่าไฮโปไทรอยด์เกิดจากสมอง อาจมีเนื้องอกใต้ต่อมสมอง ต้องอาศัย CT หรือ MRI สแกนอย่างละเอียดอีกรอบ เพราะหากไม่รักษาตรงจุดนี้ ภาวะไฮโปไทรอยด์ที่ทำให้อ้วนขึ้นก็คงไม่หายไปไหน – ระดับฮอร์โมนกระตุ้น เป็นปกติหรือยัง ก่อนจะลดความอ้วนให้เห็นผล เราควรต้องรักษาโรคไทรอยด์ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ กล่าวคือ ควรได้รับการรักษาจนระดับฮอร์โมนกระตุ้น (TSH) กลับมาเป็นปกติ ไม่มีภาวะไฮโปไทรอยด์หลงเหลืออยู่ เพราะไม่เช่นนั้นการลดน้ำหนักด้วยวิธีใดก็คงไม่เห็นผล – เช็กการทำงานของเมตาบอลิซึม ในกรณีที่คนไข้คุมไฮโปไทรอยด์ได้แล้ว ก็ต้องมาเช็กต่อว่ามีภาวะโลหิตจางด้วยหรือไม่ เพราะการที่ระดับเม็ดเลือดต่ำ แปลว่าฮอร์โมนกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดยังต่ำอยู่ อันเนื่องมาจากการเผาผลาญของร่างกายยังทำงานได้ไม่ดี ร่างกายจึงไม่ต้องการออกซิเจนมาก เลยไม่สร้างเม็ดเลือดมาก ๆ ด้วย ซึ่งจุดนี้ก็ต้องให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุให้ชัด ว่าทำไมระบบเมตาบอลิซึมถึงทำงานต่ำ ทั้ง ๆ ที่คุมไฮโปไทรอยด์ได้แล้ว – เช็กยาที่กินด้วย ยาบางชนิด เช่น Amiodarone และยาทางจิตเวชบางตัวมีผลต่อต้านไทรอยด์โดยตรง ซึ่งจะทำให้ไทรอยด์ผิดปกติได้ ดังนั้นหากคุณกินยาเหล่านี้อยู่ อาจต้องปรึกษาแพทย์เพื่อให้แพทย์เปลี่ยนยาให้ หรือปรึกษาแนวทางการลดน้ำหนักจากแพทย์โดยตรงอีกที เอาล่ะ…หากคุณผ่านข้อจำกัดต่าง ๆ ข้างต้นมาได้อย่างสวยงาม เรามาเริ่มลดน้ำหนักกันเลย วิธีลดน้ำหนักสำหรับผู้ป่วยไฮโปไทรอยด์ 1. หลีกเลี่ยงอาหารมีกลูเตน กลูเตนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีสารกอยโตรเจน (Goitrogens) ซึ่งเป็นสารยับยั้งการสังเคราะห์ไทรอยด์ฮอร์โมน คอยทำหน้าที่ยับยั้งการส่งผ่านไอโอดีน เป็นปัจจัยให้เกิดโรคคอพอกได้ ทั้งนี้โปรตีนกลูเตนจะพบได้ในข้าวสาลี ข้าวไรซ์ ข้าวบาร์เลย์ ดังนั้นจึงอาจพบกลูเตนได้ในเบเกอรี่ชนิดต่าง ๆ เค้ก พาย เนื้อปูเทียม หรือยังอาจพบกลูเตนได้ในปลากระป๋อง กะทิสำเร็จรูป น้ำมันหอย ซอสถั่วเหลือง และมัสตาร์ด ดังนั้นหากไม่อยากให้ต่อมไทรอยด์ผิดปกติจนนำมาสู่ภาวะอ้วนไม่เลิก ก็พยายามเลือกกินอาหารที่ปลอดกลูเตน อย่างอาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูปใด ๆ เช่น ผักสด ผลไม้สด ปลา ไก่ เนื้อไร้ไขมัน ถั่วชนิดต่าง ๆ ข้าวกล้อง ผลิตภัณฑ์จากนมไขมันต่ำ ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืชต่าง ๆ และน้ำมันมะกอก 2. เพิ่มคาร์บเชิงซ้อน ลดคาร์บเชิงเดี่ยว คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนอย่างข้าวกล้อง โฮลเกรน โฮลวีท แป้งไม่ขัดสี เป็นกลุ่มอาหารลดน้ำหนักที่ช่วยทั้งคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยป้องกันร่างกายจากกลูเตน และยังช่วยเพิ่มไฟเบอร์ให้ร่างกาย กินน้อยแต่อิ่มนาน ระบบขับถ่ายก็ดี จึงเป็นทางเลือกในการลดความอ้วนของผู้ป่วยไฮโปไทรอยด์อย่างไม่ต้องสงสัย – คาร์โบไฮเดรตชนิดดี VS ไม่ดี เลือกกินอย่างไรให้หุ่นเฟิร์ม – ลดน้ำหนักทั้งที คาร์โบไฮเดรตเหล่านี้ช่วยคุณได้ – 7 คาร์โบไฮเดรตชนิดดี กินแบบนี้สิไม่อ้วน 3. กินอาหารช่วยต้านอาการอักเสบ ภาวะอาการอักเสบเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยโรคไฮโปไทรอยด์จะได้เจอบ่อย ๆ เนื่องจากการทำงานของต่อมไทรอยด์ที่น้อยผิดปกติ ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายลดน้อยลงด้วย จึงอาจทำให้เกิดอาการป่วย เพลียบ่อย ๆ หรืออาจเปิดโอกาสให้เกิดภาวะเนื้อเยื่ออักเสบ ก่อให้เกิดอาการตัวบวมได้ง่าย ดังนั้นผู้ป่วยไฮโปไทรอยด์ที่อยากลดน้ำหนัก ลดอาการตัวบวม ควรช่วยร่างกายด้วยการกินอาหารที่มีฤทธิ์ต้านอาการอักเสบ เพื่อลดภาระ ระบบภูมิคุ้มกันได้อีกทาง – 19 อาหารที่ลดอาการอักเสบ บรรเทาอาการได้ชะงัดไม่ง้อยา 4. กินน้อย ๆ แต่กินบ่อย ๆ ระบบเผาผลาญของผู้ป่วยไฮโปไทรอยด์จะทำงานได้ช้า ดังนั้นเราควรกระตุ้นด้วยการกินอาหารมื้อย่อย ๆ แต่กินให้บ่อยขึ้น โดยอาจแบ่งอาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ 5-6 มื้อต่อวัน (3 มื้อหลัก และคั่นด้วยของว่างแคลอรีต่ำก่อนมื้อหลัก) ซึ่งนอกจากจะช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญแล้ว ยังช่วยคงระดับน้ำตาลในเลือดไปด้วยในตัว – 20 ของว่างแคลอรีต่ำ อร่อยเต็มคำแต่ให้พลังงานไม่เกิน 100 กิโลแคลอรี 5. ดื่มน้ำเยอะ ๆ วิธีลดน้ำหนักง่าย ๆ ที่ทำแล้วดีต่อทุกคนคือการดื่มน้ำให้เยอะเข้าไว้ค่ะ เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญของร่างกาย เป็นสารที่ช่วยหล่อเลี้ยงการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายให้เป็นไปได้ด้วยดี อีกทั้งการดื่มน้ำยังช่วยลดความหิวกระหาย ช่วยให้รู้สึกอิ่มและกินอาหารได้น้อยลงด้วยนะ 6. นอนหลับให้เพียงพอ ปัญหาอย่างหนึ่งของผู้ป่วยไฮโปไทรอยด์คือนอนไม่หลับ ซึ่งแน่นอนว่าหากร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ ก็ย่อมส่งผลต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะในเรื่องของฮอร์โมน การนอนไม่หลับจะก่อให้เกิดการหลั่งของฮอร์โมนคอร์ติซอล ฮอร์โมนแห่งความหิว ความเครียด และอาจส่งผลให้ฮอร์โมนอื่น ๆ ในร่างกายแกว่งไปด้วย ดังนั้นหากไม่อยากเจอกับความผิดปกติเหล่านี้ แนะนำให้ฝึกร่างกายตัวเองให้นอนหลับอย่างเพียงพอ โดยอาจเริ่มจากการเข้านอนตรงเวลาทุกวัน นั่งสมาธิก่อนนอน หรือลองวิธีช่วยให้นอนหลับสนิทวิธีอื่น ๆ ก็ได้ – 19 วิธีทำให้ง่วงนอนสำหรับคนนอนไม่หลับ ไม่ต้องมัวนับแกะอีกต่อไป 7. ออกกำลังกาย นอกจากควรจะเลือกกินอาหารที่ดีต่อการลดน้ำหนักแล้ว วิธีลดความอ้วนที่ดีที่สุดอีกวิธีหนึ่งก็คือการออกกำลังกายค่ะ เพื่อเปิดโอกาสให้ร่างกายได้ดึงพลังงานจากอาหารที่เรากินเข้าไปออกมาใช้ และการออกกำลังกายยังช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญอีกวิธีหนึ่งด้วยนะคะ ดังนั้นพยายามออกกำลังกายให้ได้ทุกวัน และทำอย่างสม่ำเสมอด้วยก็จะดีมาก  อย่างไรก็ตาม อยากให้โฟกัสที่อาการป่วยและการรักษาโรคไฮโปไทรอยด์ก่อนเป็นหลัก ถ้ารักษาจนทุกอย่างลงตัวแล้ว อยู่ในระยะที่ปลอดภัย เราค่อยมาเริ่มต้นลดน้ำหนักกันอย่างจริงจังก็ยังไม่สาย ทั้งนี้กระปุกดอทคอมก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนก้าวผ่านโรคไทรอยด์และอุปสรรคต่าง ๆ ได้อย่างสวยงาม มีสุขภาพแข็งแรงและรูปร่างที่ดีกันทุกคนเลย 🙂