ลดความอ้วนแบบถูกวิธี

  อ้วนหรือผอม สามารถวัดได้จากค่าต่างๆ เช่น ค่าดัชนีมวลกาย (Body mass index, BMI) อัตราส่วนรอบเอวต่อส่วนสูง (Waist height ratio, WHtR) และอัตราส่วนรอบเอวต่อรอบสะโพก (Waist hip ratio, WHR) ซึ่งทางยุโรปกับเอเชียจะมีค่ามาตราฐานต่างกัน แต่ในทางปฏิบัติแล้วจะพบว่าความพึงพอใจในรูปร่างและน้ำหนักนั้นเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล แต่ไม่ว่าจะอย่างไร น้ำหนักตัวที่มากเกินไปทำให้เสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคของหลอดเลือดหัวใจ…” ดังนั้นมาดูวิธีลดความอ้วนแบบถูกวิธี ที่ทั้งดีและไม่โทรมกันเลย 1. ทำ Food Diary จดบันทึกทุกอย่างที่ทานในแต่ละวัน ทั้งประเภทและปริมาณอาหารต้องจดตามจริงนะคะ พอครบสัปดาห์ก็ให้ส่งการบ้านมานั่งดูด้วยกันจะเห็นเลยว่าอาหารส่วนมากที่ทานเป็นอาหารตามใจปากทั้งนั้น ทานเพราะอยากไม่ใช่เพราะหิว แคลอรี่สูง มีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายน้อย 2. ปรับพฤติกรรมการกิน เริ่มจากเปลี่ยนจากขนมขบเคี้ยวเป็นหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาลหรือผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำก่อน แล้วค่อยๆ ลดปริมาณลง หรือถ้าชอบดื่มชา กาแฟ หรือน้ำอัดลมก็อาจจะลองลดปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่ม หรือ เปลี่ยนเป็นชนิดที่ให้พลังงานน้อยลงก็ช่วยได้ 3. การออกกำลังกายลดความอ้วน การออกกำลังกายที่มีผลในเรื่องของการลดน้ำหนักและช่วยกระชับสัดส่วนของเรา ดังนี้ Basal Metabolic Rate คือ อัตราการความต้องการเผาผลาญของร่างกายในชีวิตประจำวัน หรือจำนวนแคลอรี่ขั้นต่ำที่ต้องการใช้ในชีวิตแต่ละวัน ดังนั้นการคำนวณ BMR จะช่วยให้ทราบปริมาณแคลอรี่ที่แต่ละคนต้องการต่อวันเพื่อการลดน้ำหนักได้ การออกกำลังกายเพื่อการลดน้ำหนัก คือ กิจกรรมที่ดึงพลังงานไขมันส่วนเกินออกมาใช้ ในสภาวะที่หัวใจมีอัตราการเต้น 130-150 ครั้งต่อนาที (ขึ้นอยู่กับเพศและวัย) เป็นเวลา 15-45 นาที กิจกรรมแนะนำ เช่น วิ่ง เต้นแอโรบิค ปั่นจักรยาน การออกกำลังกายเพื่อความกระชับ คือ กิจกรรมที่อวัยวะส่วนนั้นๆ ของร่างกายเคลื่อนไหวในท่าหนึ่งๆ หลายๆ ครั้ง หรือ เกร็งอวัยวะส่วนนั้นๆ เป็นเวลานานๆ ทำให้เกิดอาการล้า และตึงของกล้ามเนื้อ เช่นการออกกำลังกายที่เน้นการสร้างความแข็งแรงให้โครงสร้างร่างกาย (Pilates) หรือเวทเทรนนิ่ง การออกกำลังกายที่ใช้แรงต้าน(Weight Training) การออกกำลังกายลดความอ้วน และเพิ่มความกระชับไปพร้อมกัน เช่น การออกกำลังกายที่นำท่าของการชกมวยมาประยุกต์ใช้ (Boxing) โยคะร้อน (Hot Yoga) หรือ การฝึกการทรงตัวและการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว (Agility Workout) 4. ค่อยเป็นค่อยไป ลดได้แบบสวยๆ 5. สำคัญที่สุดคือใจของเรา

วิธีลดน้ำหนักแบบธรรมชาติ

เวลาจะลดน้ำหนัก ลดความอ้วน แล้วหาสูตรที่ตรงใจไม่ได้สักที มันหงุดหงิดจริงๆ มาดูวิธีลดน้ำหนัก ตามธรรมชาติ ที่ไม่ได้ทำยากเย็น รับรองว่าถ้าทำได้ น้ำหนักคุณจะลดลง หุ่นสวยได้แบบไม่ต้องอดอาหารจนโทรม 1. ไม่กินข้าวมื้อเย็น ไม่ใช่ว่าเราจะให้อดมื้อเย็นไปซะทีเดียวนะคะ เพราะคุณสามารถทานอาหารพวกผักและผลไม้ได้ หลีกเลี่ยงอาหารพวกแป้ง อาหารทอด ควรทานพวกผลไม้ สลัดผักน้ำใส อาหารที่ย่อยง่ายมากกว่า จะช่วยให้นอนหลับสบายด้วย 2. งดเนื้อสัตว์ ไขมัน ข้าว ภายใน 1 สัปดาห์ เราควรเลือกสัก 1 วัน ในการงดกินพวกเนื้อสัตว์ ไขมัน ข้าว แล้วเปลี่ยนมากินพวกผลไม้หรือธัญพืชอย่างเดียวทั้งวัน เช่น มะละกอสุก กล้วย แอปเปิ้ล หรือถั่วต่างๆและไม่ควรกินผลไม้ที่่ให้พลังงานสูงอย่าง ทุเรียน หรือผลไม้ที่มีรสหวานจัดเกินไป 3. เคี้ยวอาหารช้าๆ การทานอาหารทุกมื้อแล้วเคี้ยวช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียดจะช่วยให้เราอิ่มเร็วและทานได้น้อยลง ที่สำคัญคือ ควรจำไว้ว่าไม่ควรทานอาหารหลัง 6 โมงเย็นหรือช่วงดึกเป็นอันขาด เพราะกินตอนมืดๆ ค่ำๆ นี่แหละตัวการทำให้อ้วนแล้ว 4. ดื่มน้ำผลไม้ก่อนอาหาร ก่อนจะทานอาหารควรดื่มน้ำผลไม้หรือจะทานผลไม้สดๆ เลยก็ได้ ซึ่งการปฏิบัติแบบนี้จะช่วยให้เราอิ่มเร็วขึ้น ไม่กินเยอะเกินความจำเป็น และวิตามินในผลไม้ยังช่วยดูดซึมอาหารที่เราทานเข้าไปอีกด้วย 5. ออกกำลังกาย ข้อนี้ขาดไม่ได้เลย เพราะทานอาหารแล้วก็ต้องออกแรงให้ร่างกายเคลื่อนไหว เสียเหงื่อกันสักหน่อย ช่วยเผาผลาญไขมัน สุขภาพแข็งแรง และเป็นข้อสำคัญที่ช่วยให้คนลดน้ำหนัก หุ่นสวยได้อย่างใจ

6 วิธีลดน้ำหนักแบบไม่ต้องเสียเงิน

ปัญหาเรื่องความอ้วน ถือเป็นปัญหายอดฮิตที่ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ไม่มีใครอยากเจอ ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนรู้ดี ถ้าไม่อยาก “อ้วน” ก็ต้องลดน้ำหนัก แต่สมัยนี้ ขนาดลดน้ำหนัก ลดการกิน ยังต้องใช้เงิน ทำเอาหลายคนเกิดอาการท้อใจไม่อยากลดกันแล้ว แต่จะให้ไม่ลดจริงๆ ก็ทนไม่ได้ หนักใจไปอีก แต่ก็มีวิธีทำเองได้ไม่ยาก แถมยังเหลือเงินให้เก็บอีกด้วยนะ มาดูกันมีวิธีไหนบ้างไปดูกัน 1.ปลูกผักเอง กินอร่อย มั่นใจ ปลอดภัยไม่มีสารเคมี 2.ทำอาหารด้วยตัวเอง รสชาติถูกปาก แคลอรี่ต่ำตามที่ต้องการ 3.งานบ้านอย่าเกี่ยง นี่แหละวิธีเผาผลาญแคลอรี่ที่คุ้มค่าการล้างจาน เผาพลาญแคลอรี่ได้ 63 kcal การกวาดบ้าน ถูบ้าน เช็ดกระจก เผาผลาญแคลอรี่ได้ตั้งแต่ 376-752 kcal การซักผ้าด้วยมือ เผาผลาญแคลอรี่ได้ตั้งแต่ 75-100 kcal การจัดเตียง เผาผลาญแคลอรี่ได้ 70 kcal การตัดหญ้าเผาผลาญแคลอรี่ได้ 135 kcal การล้างรถ เผาผลาญแคลอรี่ได้ 150 kcal 4.อย่าขี้เกียจ “เดิน” ไปไหนมาไหนด้วยการเดินบ้างก็ได้ ถ้าเดินช้าๆ เผาผลาญได้ 150 kcal ถ้าเดินด้วยความเร็วปกติ เผาผลาญได้ 300 kcal ถ้าเดินลงบันได เผาผลาญได้ 425 kcal 5.กาแฟไม่ต้อง โซดาไม่เอา น้ำเปล่าเท่านั้นพอ 6.ออกกำลังกาย on Youtube หาคลิปดีๆ ฟิตร่างกายที่บ้านไม่สิ้นเปลือง