8 วิธีเด็ดลดความหิว

ในการลดน้ำหนัก แน่นอนว่าคุณต้องมีวิธีจัดการกับความหิวดังนั้นเราจึงรวบรวมวิธีลดความหิว มานำเสนอ ไปดูกัยเลยค่ะ รับประทานใยอาหาร มีหลักฐานมากมายค่ะที่ใยอาหารช่วยลดความหิวได้ ผักและผลไม้ ข้าวซ้อมมือ ธัญพืชซึ่งมีใยอาหารมากจะมีแคลอรี่ที่ต่ำ ร่วมกับมีน้ำในอาหารมาก ซึ่งจะช่วยให้คุณอิ่ม ซุปใสระงับหิว การรับประทานซุปใสจะช่วยให้รับประทานแคลอรี่โดยรวมได้น้อยลง แต่ผึ้งแนะนำว่าไม่ควรใช้ซุปข้นนะค่ะ ให้พยายามปรุงซุปแคลอรี่ต่ำและใยอาหารสูงด้วยค่ะ สลัดผักก่อนอาหาร มีการศึกษาค่ะที่ว่าคนที่รับประทานสลัดในปริมาตร 3 ถ้วยตวง (แคลอรี่ไม่เกิน 100กิโลแคลอรี่) ก่อนรับประทานอาหาร จะช่วยให้รับประทานแคลอรี่น้อยลงได้ 12% และเมื่อรับประทานสลัดผักในปริมาตร 1 ถ้วยตวงครึ่ง จะช่วยให้รับประทานแคลอรี่ได้น้อยลง 7% ่ผึ้งแนะนำให้ใช้ผักที่มีแคลอรี่น้อยทำสลัดนะค่ะ เช่น แครอท มะเขือเทศ ผักชี แตงกวา กระหล่ำปลี (แนะนำว่าไม่ควรใช้เครื่องปรุงที่มีแคลอรี่สูงนะค่ะ) ให้ระวังเรื่องน้ำสลัดด้วยค่ะ ส้มลดความหิว มีการวิจัยค่ะ ว่าผลไม้ที่มีใยอาหารชนิดละลายน้ำมากและแคลอรี่ต่ำนั้นช่วยให้อิ่มเร็วค่ะ ดื่มนมไขมันต่ำ นมมีโปรตีนอยู่ 2 ชนิดค่ะ คือ Whey (เวย์) กับ Casein (เคซีน) ในส่วนของโปรตีน Whey จะช่วยระงับความหิวได้ แต่ผึ้งแนะนำให้เลือกนมที่ไขมันต่ำนะค่ะ เช่นนมพร่องมันเนย หรือนมขาดมันเนย รับประทานไขมันให้น้อย แต่ไม่ใช่ตัดออก เมื่อเรารับประทานไขมัน จะมีการสร้างฮอร์โมนที่มีชื่อว่าเลปตินค่ะ ซึ่งเป็นข้อดีที่ว่าการรับประทานไขมันช่วยให้เราอิ่มได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าให้เรารับประทานไขมันได้ในปริมาณที่มากนะค่ะ ผึ้งแนะนำให้เลือกไขมันไม่อิ่มตัวและไขมันปลาอยู่ ไขมันไม่อิ่มตัวและไขมันปลาช่วยให้เราอิ่มได้มากกว่าไขมันอิ่มตัวจากสัตว์อีกค่ะ ถั่วเหลืองมีประโยชน์ ถั่วเหลืองให้ทั้งโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตค่ะ ซึ่งจะช่วยให้เราอ่ม ความจริง นมถั่วเหลืองก็เป็นอาหารว่างที่ดีในการทีจะช่วยให้เราอิ่มได้ด้วยค่ะ เคี้ยวช้าๆ ในการรับประทานอาหาร คุณต้องให้เวลาอย่างน้อย 20 นาทีในการเดินทางของสัญญาณและ ฮอร์โมนไปยังสมองจึงจะรู้สึก “อิ่ม”ค่ะ ถ้าคุณรับประทานเร็วเกินไป กว่าสัญญาณจะไปถึงสมอง กว่าจะรู้สึกอิ่ม คุณก็กินเข้าไป 3 จานเข้าไปแล้ว!! ดังนั้นค่ะ ให้เคี้ยวช้าๆ จะช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มในขณะที่รับประทานอาหารไปด้วย

‘นายกฯ’ ถามทีมละครบุพเพสันนิวาส ‘ใครอยากเลือกตั้ง’

นายกฯพบผู้จัดและทีมนักแสดงละครบุพเพสันนิวาส ย้ำให้กระทรวงวัฒนธรรมส่งเสริมการผลิตละครไทย เผยแพร่วัฒนธรรม ถามนักแสดงใครอยากเลือกตั้ง ให้เอามันไปตัดหัว! ทีมละครบทบุพเพสันนิวาส นำโดย หน่อง-อรุโณชา ภานุพันธุ์ ผู้จัดละคร, และนักแสดงนำ เบลล่า-ราณี แคมเปน, โป๊บ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ, ปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย, ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล, ซูซี่-สุษิรา แน่นหนา, หลุยส์ สก็อต เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี และนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้พูดคุยกับทีมละครช่วงหนึ่งว่า ละครเรื่องนี้เป็นที่น่าประทับใจ และเป็นการสานต่อสิ่งที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ได้ทรงทำไว้นั่นคือการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ทั้งนี้ยังสะท้อนความเป็นไทยนิยม คือคนไทยชอบดูละคร ดังนั้นผู้ผลิตละครจะต้องทำให้มันดี ทำให้มันประทับใจ เช่นต่างประเทศ มีการนำเรื่องอาหาร ศิลปะ วัฒนธรรม ถ่ายทอดผ่านละคร พร้อมกำชับให้รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมสนับสนุนการผลิตละคร และภาพยนตร์ไทยให้มีคุณภาพ นำเสนอสิ่งดีๆของไทยออกมา ซึ่งมีทั้งงานหัตถศิลป์ งานเครื่องเงินเครื่องทอง งานเพื่อเผยแพร่ออกสู่นานาชาติ ถือเป็นประเทศเป็นหนึ่งในโลกที่มีเอกลักษณ์ และนวัตกรรม เป็นของตัวเอง ขณะเดียวกันนายกฯยังได้หยอกล้อทีมนักแสดง เช่นถามนักแสดงว่าใครอยากเลือกตั้ง? เบลล่าตอบว่าพี่หมื่นเรือง ปั้นจั่นจึงตอบผมรอตามโรดแมปได้ นายกฯ จึงกล่าวตอบว่างั้นเอามันไปตัดหัว ปั้นจั่นตอบกลับว่า งั้นผมขอเซลฟี่ได้ไหมครับ นายกฯตอบกลับว่า ลดโทษเหลือโบย 10 ที, จากนั้นก็หันไปแซวเบลล่า ว่า “ผอมไปหน่อยหรือเปล่าออเจ้า”, ปรางว่านี่ตัวร้ายใช่ไหม? แต่หน้าตาใจดีนะ, หลุยส์ ว่า ตอนหลังก็แย่เหมือนกันนะ เป็นต้น และถามผู้จัดละครว่ามีภาคสองหรือไม่ ซึ่งนายกฯ แนะนำว่าภาคสองควรจะเป็นเรื่องสมัยใหม่ แต่ให้เชื่อมโยงเรื่องวัฒนธรรมด้วย gclub  โดยกระทรวงวัฒนธรรมจะจัดตั้งกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ขึ้น และจะบูรณาการความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อขับเคลื่อนการรณรงค์ให้คนไทยเห็นความสำคัญของประวัติศาสตร์และรักความเป็นไทยโดยจะเชิญภาคเอกชน ผู้เขียนบท ผู้จัด ผู้สร้างละครและภาพยนตร์ทุกค่ายทุกสังกัดมาหารือถึงแนวทางเกี่ยวกับการสนับสนุนให้สร้างละครและภาพยนตร์ส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ยังฝากผู้จัดละครให้เขียนบทเกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาลมาให้บ้าง และถ้ามีบทปู่ บทลุงก็ให้เอารัฐมนตรีไปเล่น

สู้พิษหมอกควัน!! คณะแพทย์มช.แจกหน้ากาก N95 บุคลากรกว่า 6 พันคน

คณะแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แจกหน้ากาก N95 ให้บุคลากรกว่า 6 พันคน สู้พิษหมอกควัน ภัยเงียบเสี่ยงมะเร็งปอด-โรคหัวใจ ขณะที่จำนวนผู้ป่วยพุ่งสูง แนะประชาชนดูแลสุขภาพ วันนี้ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ของคณะแพทยศาสตร์ เจ้าหน้าที่แพทย์จากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ร่วมกันจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องภาวะหมอกควันและการป้องกันตัวเอง พร้อมแจกหน้ากากอนามัยให้กับบุคลากรคณะแพทย์ฯ กว่า 6,000 คน เพื่อใช้ป้องกันตัวเองจากภาวะหมอกควัน ที่มีแนวโน้มว่าจะยังไม่คลี่คลายในช่วงนี้ คณะแพทยศาสตร์จึงรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพมาร่วมกันชี้แจงถึงผลกระทบต่อสุขภาพ เนื่องจากฝุ่นละอองขนาดเล็กถือเป็นภัยเงียบอันตราย ส่งผลให้เกิดอาการปอดอักเสบ ในระยะยาวจะเสี่ยงเป็นมะเร็งปอด ที่สำคัญอาจเกิดโรคหัวใจในระยะยาวได้ นอกจากนี้จะมีการรวบรวมผู้วิจัยมาศึกษาทางด้านเชิงลึกเกี่ยวกับปัญหาหมอกควันด้วย สิ่งที่ควรทำคือการหลีกเลี่ยงออกไปในที่โล่งแจ้ง อยู่ในห้องที่ปิดหน้าต่างมิดชิดและเปิดแอร์ ควรมีเครื่องฟอกอากาศ แต่หากจำเป็นต้องออกไปข้างนอกในช่วงสั้นๆ ก็ควรใส่หน้ากากชนิด N95 ที่กันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ ด้าน รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง อรินทยา พรหมินธิกุล อาจารย์ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า จากสถิติปีที่ผ่านมา จำนวนผู้ป่วยเกี่ยวกับโรคปอด และโรคหัวใจเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน  ส่วนผู้เสียชีวิต ตำนานเรื่องเล่า ยังสรุปไม่ได้ว่าเกี่ยวกับปัญหานี้โดยตรงหรือไม่ จึงอยากให้ประชาชนหันมาดูแลสุขภาพของตนเองให้มากขึ้น เพราะถือว่าเป็นพิษภัยที่ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว และอาจทำให้เสียชีวิตได้

เลือกอาหารอย่างไร ? สำหรับก่อนและหลังการออกกำลังกาย

ในการลดน้ำหนักที่ได้ผลจะต้องวางเป้าหมายให้การลด ลดที่ตัวไขมัน ในขณะที่ยังคงรักษาและสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง โดยเฉพาะกับผู้ที่ออกกำลังกายเพื่อการลดน้ำหนัก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ไวขึ้นควรวางตารางการทานอาหารให้เหมาะสม ไม่ใช่การลดหรืออดอาหาร การทานในปริมาณน้อยแล้วจะยิ่งลดเร็ว แต่ผลอาจตรงกันข้ามคือ น้ำหนักไม่ลดแถมทำลายสุขภาพไปด้วย ดังนั้น วิธีการที่ถูกต้องคือ ต้องควบคุมปริมาณอาหารให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการใช้ เนื่องจากคนที่ลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายจำเป็นต้องใช้พลังงานมากกว่าปรกติ และยังต้องเพิ่มเติมสารอาหารให้เพียงพอกับการซ่อมแซมร่างกายจากการออกกำลังกายด้วย จึงควรเลือกทานอาหารก่อนและหลังการออกกำลังกาย โดยแบ่งปริมาณอาหารซอยย่อยเป็นมื้อดล็กๆไม่หนักมากนัก โดยให้ความสำคัญไปที่มื้อเช้า มื้อก่อนออกกำลังกาย และมื้อหลังออกกำลังกาย ทานก่อนทานหลังออกกำลังกายล้วนสำคัญ การทานอาหารก่อนออกกำลังกาย จะช่วยทำให้สามารถออกกำลังกายได้นานขึ้น เพราะร่างกายแปลงพลังงานมาเก็บสะสมไว้ในรูปของพลังงานสำรองที่เรียกว่าไกรโคเจน เมื่อมีพลังงานก็มีแรงออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่ เต็มกำลัง โดยสามารถพบไกรโคเจนได้ในอาหารจำพวกแป้งหรือคาร์โบไฮเดรต นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และเสริมสร้างการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้ออีกด้วย การทานอาหารหลังออกกำลังกาย เป็นมื้อที่ต้องให้ความสำคัญ หากคุณออกกำลังกายหนักควรรับประทานมื้อหลังออกกำลังกายให้ได้ภายใน 30-45 นาที เพราะเป็นช่วงที่ระบบไหลเวียนเลือดยังคงทำงานอยู่ และถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ร่างกายควรได้รับสารอาหาร เนื่องจากฮอร์โมลอินซูลินจะเพิ่มสูงหลังจากมื้ออาหารซึ่งจะเป็นตัวช่วยให้ร่างกายลำเลียงสารอาหารเข้าสู่กล้ามเนื้อได้ดี นอกจากนี้การทานอาหารหลังออกกำลังกายช่วยป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ช่วยซ่อมแซม กล้ามเนื้อ เนื้อเยื้อ และเซลล์ต่างๆในร่างกาย เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและทำให้ฮอลโมลต่างๆทำงานได้ดีขึ้น ทานก่อนทานหลังออกกำลังกายล้วนสำคัญ การทานอาหารก่อนออกกำลังกาย จะช่วยทำให้สามารถออกกำลังกายได้นานขึ้น เพราะร่างกายแปลงพลังงานมาเก็บสะสมไว้ในรูปของพลังงานสำรองที่เรียกว่าไกรโคเจน เมื่อมีพลังงานก็มีแรงออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่ เต็มกำลัง โดยสามารถพบไกรโคเจนได้ในอาหารจำพวกแป้งหรือคาร์โบไฮเดรต นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และเสริมสร้างการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้ออีกด้วย การทานอาหารหลังออกกำลังกาย เป็นมื้อที่ต้องให้ความสำคัญ หากคุณออกกำลังกายหนักควรรับประทานมื้อหลังออกกำลังกายให้ได้ภายใน 30-45 นาที เพราะเป็นช่วงที่ระบบไหลเวียนเลือดยังคงทำงานอยู่ และถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ร่างกายควรได้รับสารอาหาร เนื่องจากฮอร์โมลอินซูลินจะเพิ่มสูงหลังจากมื้ออาหารซึ่งจะเป็นตัวช่วยให้ร่างกายลำเลียงสารอาหารเข้าสู่กล้ามเนื้อได้ดี นอกจากนี้การทานอาหารหลังออกกำลังกายช่วยป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ช่วยซ่อมแซม กล้ามเนื้อ เนื้อเยื้อ และเซลล์ต่างๆในร่างกาย เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและทำให้ฮอลโมลต่างๆทำงานได้ดีขึ้น ออกกำลังกายแบบไหน ทานอย่างไรดี ? เราสามารถแยกการเลือกทานอาหารก่อนและหลัง ได้ตามประเภทของการการออกกำลังกายและตามความต้องการสารอาหารของแต่ละชนิดการออกกำลังกายได้ดังนี้ Strength training เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ หากคุณเป็นคนออกกำลังกายแบบเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (strength training) หรือเวทเทรนนิ่ง ร่างกายจะต้องการโปรตีนเพื่อเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ โดยสาารถแบ่งสัดส่วนของอาหารออกเป็น คาร์โบไฮเดรต 25% และโปรตีน 75% โดยการทานโปรตีนนั้นจะต้องคำนวนให้เพียงพอ ยิ่งเล่นหนักมากเท่าไหร่ร่างกายก็ต้องยิ่งต้องการโปรตีนมากขึ้นตาม อาหารก่อนออกกำลังกายของคนกลุ่มนี้ ควรทานก่อนการออกกำลังกาย 1-2 ชม และเลือกทานโปรตีนเพื่อให้สามารถนำมาใช้ได้อย่างเต็มที่ โดยคำนวนปริมาณโปรตีนที่ควรรับประทานตามน้ำหนักตัว เพศ และระยะเวลาในการออกกำลังกาย ส่วนของคาร์โบไฮเดรต ควรเลือกที่เป็นแบบเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ถั่ว ธัญพืช โดยการทานอาหารลักษณะนี้ก่อนเล่นเวทจะทำให้ร่างกายมีพลังงานพอที่จะทนทานกับการฝึกได้ดี สามารถฝึกได้อย่างเต็มที่และต่อเนื่อง ป้องกกันอาการบาดเจ็บได้ หลังออก strength training ภายในระยะเวลาไม่เกิน 30นาที-2ชม. ควรทานโปรตีน 10-20 กรัม เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ช่วยลดอาการปวดของกล้ามเนื้อ และเพิ่มเติมไกลโคเจนให้ร่างกายอีกด้วย โดยแนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตหลังออกลังกาย อาจเลือกการทานสลัดพร้อมทูน่า ผักลวกพร้อมอกไก่อบ ไข่ต้ม หรือเพื่อความสะดวกรวดเร็วอาจทานผงโปรตีนแทนก็ได้ Cardio Training เพื่อเพิ่มความฟิตและเผาผลาญไขมัน สำหรับการออกกำลังกายแบบ คาร์ดิโด เช่นการ เดิน วิ่ง กระโดด แอโรบิก ฯลฯ ร่างกายจะต้องการคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนใหญ่ เพื่อเพิ่มพลังในระหว่างการออกกำลังกาย โดยเแนะนำให้ทานคาร์โบไฮเดรต ประมาณ 200-300 กรัม ก่อนการออกกำลังกาย 1-3 ชม และสามารถเสริม โปรตีนและไฟเบอร์เข้าไปช่วยเพิ่มพลังทำให้ร่างกายเพื่อให้ร่างกายไม่ดึงพลังงานงานไปใช้เร็วเกินไป สำหรับคนที่ออกกำลังกายตอนเช้าสามารถลดปริมาณอาหารลงได้ อาหารที่แนะนำคือ ข้าวโอ๊ต ถั่วต่างๆ ขนมปัโฮลวีตเนยถั่ว นมถั่วเหลือง เป็นต้น โดยกะปริมาณให้พอดีไม่อิ่มจนเกินไป เมื่อออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอเสร็จ สิ่งที่จำเป็นที่สุดคือการดื่มน้ำ “น้ำเปล่า” น้ำเปล่า ถือเป็นเครื่องดื่มที่ดีและเหมาะที่สุดที่จะดื่มหลังออกกำลังกาย เนื่องจากเราจะสุญเสียน้ำอย่างมากในขณะที่เราออกกำลังกาย สำหรับเครื่องดื่มเกลือแร่ต่างๆนั้น ถึงแม้ว่าจะช่วยเพิ่มพลังงานและให้ความสดชื่นได้ แต่เครื่องดื่มเหล่านี้มักมีส่วนผสมของน้ำตาลอยู่อาจทำให้ร่างกายในสภาวะหลังออกกำลังกายจะกักเก็บน้ำตาลไว้ ได้จึงไม่แนะนำ หากต้องการดื่มเครื่องดื่มที่ให้พลังงานจริงๆแนะนำให้ดื่มน้ำมะพร้าวสดๆ เพราะในน้ำมะพร้าวมี โปเตสเซี่ยม และ เมงกานิสอยู่มาก ซึ่งร่างกายจะดูดซึมได้ดีหลังการสูญเสียน้ำ จึงทำให้ได้รับประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังสามารถทานกล้วย หรือโยเกิร์ตไขมันต่ำ ผสมน้ำผึ้งกับผลไม้ประเภทเบอร์รี่ที่มีวิตมินซีสูงๆ ร่วมด้วยก็ได้ Circuit Training ผสมผสานการสร้ามกล้ามเนื้อพร้อมเพิ่มความฟิต ถ้าหากเลือกการออกกำลังกายแบบ circuit training ซึ่งผสมผสานทั้ง strength training และ cardio การทานจะอาหารจะแตกต่างออกไป ซึ่งต้องทานทั้งโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตในเวลาที่ต่างกัน โดยอาหารก่อนออกกำลังกายจะแนะนำทานโปรตีน ระยะเวลาประมาณ 2-3 ชม.ก่อนเริ่มการออกกำลังกาย และทานของว่างมื้อเล็กๆที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงแต่มีไขมันต่ำ ในระยะเวลาประมาณ 30นาที-1ชม. หลังจากออกกำลังกาย 30นาที – 1ชม. ให้ทานคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนเป็นสัดส่วน 3:1 เพื่อป้องกันการสูญเสียของกล้ามเนื้อหลังจากออกกำลังกาย และควรดื่มน้ำมากๆเช่นเดียวกันกับการออกกำลังกาบแบบคาร์ดิโอ หลังจากนั้นอีก 3-4ชม. ให้ทานอาหารที่ให้พลังงานปานกลางตามปรกติ โดยอาหารควรปรุงด้วยกรรมวิธีการ นึ่ง ต้ม ย่า อบ เผา หลีกเลี่ยงอาหาร ไขมันมันสูง เค็มจัด หวานจัด และควรกะปริมาณให้เหมาะสมกับกิจกรรมที่เราทำ โดยไม่เข้าข้างตัวเอง ไม่จัดหนักให้รางวัลเมื่ออกกำลังกายเสร็จ แต่ควรทำให้ได้ตามแผนการทานอาหารที่วางไว้อย่างเคร่งครัด

ภาคเหนือวิกฤติปัญหาหมอกควันสูงสุดในรอบปี – เชียงใหม่ฝนตกแต่ไม่ช่วย

พื้นที่ภาคเหนือเผชิญปัญหาหมอกควันหนักสุดในรอบปี ทั้งเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และตาก ขณะที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จับมือทีมวิจัยจากสถาบันศึกษาในภาคเหนือเปิดตัวโครงการ PEOPLE AQI สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังและเตือนภัยมลพิษทางอากาศ พื้นที่ภาคเหนือเข้าสู่ช่วงวิกฤติหนักที่สุดของปัญหาเรื่องหมอกควัน ไฟป่า ส่งผลให้ค่ามลพิษพุ่งสูงที่สุดในรอบปีนี้แล้ว ทั้งเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และตาก ขณะที่เชียงใหม่แม้เมื่อคืนที่ผ่านมาฝนตก แต่แค่บรรเทายังไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ทางจังหวัดแจ้งรับบริจาคน้ำ อาหาร และสิ่งของจำเป็นช่วยเหลืออาสาสมัครดับไฟป่าที่ต้องทำงานหนักในพื้นที่เพื่อช่วยลมหายใจคนทั้งเมือง สถานการณ์หมอกควัน และไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือเข้าสู่ช่วงที่วิกฤติหนักที่สุดของปีนี้แล้ว เนื่องจากสภาพอากาศที่เอื้อต่อการสะสมตัวของหมอกควัน ทั้งอากาศร้อนที่กดทับชั้นบรรยากาศให้ฝุ่นควันสะสมในพื้นที่ สภาพภูมิประเทศ ที่เป็นหุบเขาและแอ่งกระทะ รวมทั้งปัญหาการเกิดไฟป่าในพื้นที่ ที่ยังรุนแรงแม้จะระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งขอความร่วมมือกับประชาชนกัยอย่างหนักแล้วก็ตาม ข้อมูลล่าสุดของกรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ ประจำวันที่ 31 มีนาคม 2561 ณ เวลา 9.00 น. พบว่า ปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง พบว่ามี 3 จังหวัดที่ค่ามลพิษเกินค่ามาตรฐาน ที่ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยที่สถานนีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน วัดได้ 185 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ที่ ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก วัดได้ 124 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่จังหวัดเชียงใหม่ แม้จะเกิดฝนตกในพื้นที่อำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่ เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ก็ช่วยบรรเทาหมอกควันลงมาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยที่ สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 135 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สถานี ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 122 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตามในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ ยังคงเร่งดำเนินการควบคุมการเผาอย่างเข้มข้นโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า และอาสาสมัครดับไฟป่าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ต้องทำงานกันอย่างหนักท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด ซึ่งมีความยากลำบาก ล่าสุดทางจังหวัดได้แจ้งประชาสัมพันธ์ขอเปิดรับบริจาคสิ่งของจากผู้มีจิตศรัทธาช่วยเหลือและแบ่งปันน้ำใจทีมอาสาสมัครดับไฟป่าในทุกพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ เพราะถือว่าบุคคลเหล่านี้เป็นผู้เสียสละ ทุ่มเทแรงกายแรงใจ เข้าดับไฟป่าในพื้นที่ภูเขาสูงชันและยากลำบาก ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัด ซึ่งมีความต้องการน้ำดื่มบรรจุขวด อาหารแห้ง และอุปกรณ์ในการดับไฟ หากผู้ที่ประสงค์จะนำสิ่งของมาบริจาค สามารถแจ้งได้ที่ ศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า จังหวัดเชียงใหม่ โทรศัพท์ 053 – 112236 ได้ทุกวัน  

รอง ผบ.ตร. เปิดงานเล่นสงกรานต์อย่างปลอดภัย 2561 เชิญชวญประชาชนแต่งชุดไทยย้อนยุคเล่นสงกรานต์แบบไท สู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก

เมื่อเวลา 14.00 น.ที่ 30 มี.ค. ที่ถนนข้าวสาร เขตพระนคร กทม. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.พร้อมด้วยศิลปิน ดารา นักร้อง นักแสดง ร่วมกันจัดงานเดินรณรงค์ “เล่นสงกรานต์อย่างปลอดภัย 2561 Songkran Water Festival Campaign Safe 2018” โดยมีการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน 4 ภาค จากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และแบบอย่างเล่นน้ำสงกรานต์ตามประเพณีที่ดีของไทย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ให้สัมภาษณ์ว่า ช่วงสงกรานต์ได้สั่งตำรวจทั่วประเทศ ระดมกำลังจัดสายตรวจรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เพิ่มจากอัตราการจัดปกติ โดยเฉพาะสายตรวจเดินเท้า ในเขตชุมชน หรือพื้นที่ล่อแหลม และรณรงค์เรื่องการแต่งกายสุภาพสตรีให้สุภาพเหมาะสม เพื่อไม่ก่อให้เกิดปัญหาการ ลวนลามทางเพศ พร้อมกับพิจารณาประสิทธิภาพการควบคุมสั่งการ ของห้องวิทยุสื่อสารทุกแห่งทุกระดับ  ตรวจสอบความพร้อมของวิทยุสื่อสาร ตลอดจนการทำงานของแอพลิเคชั่น Police I Lert U gclubให้มีความพร้อม รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีอื่นๆ เช่น การตรวจตู้แดงด้วยระบบ QR Code เพื่อเป็นการยกระดับการให้บริการประชาชนในห้วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในห้วงวันที่ 1-10 เม.ย. เพื่อปิดล้อมตรวจค้น 10 เป้าหมายสำคัญ ตามแผน พิทักษ์ภัยให้ประชาชน 2561 ทั้งนี้เชิญชวนประชาชนหันมาแต่งชุดไทยย้อนรอยในการเล่นสงกรานต์ตามแบบละครดัง ซึ่งส่งเสริมประเพณีที่ดีงาม ให้คงอยู่ควบคู่ไปกับสังคมไทย และสู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลกที่กำลังจะเดินทางมาร่วมเล่นน้ำในเทศกาลที่จะมาถึง  

วิธีเพิ่มการเผาผลาญ แบบไม่ต้องออกกำลังกาย หุ่นสวยง่ายๆ ทำได้จริง!

อยาก ลดน้ำหนัก อยากผอม แต่ไม่อยากออกกำลังกาย ไม่ว่าใครก็รู้สึกแบบนี้กันใช่ไหมล่ะคะ แต่ถ้าไม่อยากออกกำลังกาย แน่นอนว่าร่างกายของเราต้องมีระบบเผาผลาญที่ดีค่ะ จึงจะช่วยให้น้ำหนักไม่เพิ่มขึ้นได้ง่ายๆ ซึ่งการเบิร์นให้ได้มากๆ โดยที่ไม่ต้องออกกำลังกายก็มีหลายวิธีเช่นกันค่ะ วันนี้เราก็มีมาแนะนำถึง 10 วิธีด้วยกัน! เป็นการเพิ่มอัตราการเผาผลาญง่ายๆ แบบไม่ต้องออกกำลังกายให้เหนื่อย เหมาะกับคนที่ออกกำลังกายไม่ไหวหรือไม่มีเวลาออกกำลังกายค่ะ แต่สาวๆ ต้องทำความเข้าใจกันก่อนนะคะว่า วิธีเพิ่มการเผาผลาญ ทั้งหมดนี้ ไม่ได้ช่วยเบิร์นได้มากเท่ากับการออกกำลังกาย แต่จะช่วยให้ระบบเผาผลาญดีขึ้น และไม่กลับมาอ้วนง่ายๆ นั่นเอง! 1. จิบชาเขียวบ่อยๆ ชาเขียวมีสารแอนตี้ออกซิเดนท์อย่างคาเทซิน ที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญได้มากถึง 4% ซึ่งนั่นหมายความว่า แค่กินชาเขียววันละนิด ก็ช่วยให้คุณเบิร์นแคลอรี่ได้มากกว่า 80 แคลอรี่ต่อวัน 2. กินเผ็ดให้มากขึ้น จากที่เคยกินอาหารจืดๆ เค็มๆ เปรี้ยวๆ ลองเปลี่ยนมากินเผ็ดๆ ดูบ้าง ก็ดีไม่น้อยนะคะสาวๆ เพราะความเผ็ดนี่ล่ะ จะช่วยเผาผลาญได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อเลย! ซึ่งการกินเผ็ดจะช่วยเพิ่มอุณหภูมิของร่างกายเราให้สูงขึ้น และเมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น จะช่วยให้การเผาผลาญเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง ถ้าเวลาที่เรากินเผ้ดแล้วเหงื่อแตกพลั่กๆ นั่นล่ะค่ะ ร่างกายเรากำลังเผาผลาญอยู่! 3. กินถั่วก็ช่วยได้ คยได้ยินมั้ยคะสาวๆ ที่เค้าบอกว่าเวลาหิวให้กินถั่ว เพราะถั่วไม่แค่ช่วยคลายอาการหิวระหว่างวันได้เท่านั้นนะคะสาวๆ ถั่วยังช่วยเพิ่มการเผาผลาญในร่างกายได้ด้วย! ซึ่งถั่ว อย่างวอลนัท หรืออัลมอนด์ เป็นแหล่งที่อุดมด้วยแม็กนีเซียม สารอาหารตัวเด็ดที่เค้าว่าช่วยเพิ่มอัตราการเบิร์นได้ดี แต่อย่ากินเพลินไป เพราะถั่วก็มีแคลอรี่เพียบเหมือนกัน กินแค่วันละ 1 กำมือก็พอนะจ๊ะ!  ตำนาน 4. อย่าเครียดมากไป ความเครียดไม่แค่ทำให้วันนั้นของคุณเป็นวันที่น่าเบื่อเท่านั้นนะคะ แต่เมื่อเราเครียด ฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนแห่งความเครียดจะสูงขึ้นด้วย! ซึ่งนั่นไม่ดีเลยนะคะสาวๆ เพราะเมื่อฮอร์โมนคอร์ติซอลเพิ่มระดับสูงขึ้น เราจะอ้วนขึ้นตามไปด้วย! นั่นเป็นความจริงค่ะ เพราถ้ายิ่งเราเครียดมากเท่าไร ร่างกายก็จะหลั่งฮอร์โมนชนิดนี้ออกมามากกระตุ้นให้รู้สึกหิว และอยากทานอาหารเพิ่อเพิ่มพลังงานให้สูงขึ้นนั่นเอง! ฉะนั้นเปลี่ยนจากอารมณ์เครียดมาเป็นอารมณ์ขันจะช่วยเผาผลาญพลังงานได้มากกว่านะ! 5. อย่าลืมกินอาหารเช้า ในขณะที่เรานอนหลับ ร่างกายเราก็ยังต้องทำงานอยู่ค่ะ ฉะนั้นเมื่อตื่นมาแล้วสิ่งที่ร่างกายเราต้องการเป็นอันดับแรกก็คือ อาหาร นั่นเอง! การกินอาหารเช้า จะทำให้ร่างกายเราเริ่มกระบวนการเผาผลาญได้ดี ดังนั้นอาหารเช้าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ค่ะ และที่สำคัญหากเราอดอาหารเช้า นั่นจะยิ่งทำให้เรากินมากขึ้นในมื้อถัดไป  

การอดอาหารไม่ดีอย่างไร ?

หลายๆคนอาจทราบแล้วว่าการอดอาหารเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งของการลดความอ้วน และ ทำให้สุขภาพย่ำแย่ด้วยแต่สาเหตุที่เขียนขึ้นเพราะน่าต้กกะใจมากๆที่ยังมีคนที่ลดความอ้วนด้วยการอดอาหารอีกมากมาย ทุกคนเคยประสบมาเหมือนกันหมดไม่ว่าจะเป็น ผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก วัยรุ่น คนแก่ สวย ไม่สวย โสด หรือ แต่งงานแล้วก็ตามที สิ่งที่เหมือนกันนั้นคือ….. คนที่เคยลดความอ้วนด้วยการอดอาหาร ตอนแรกๆก็ลดได้แต่สุดท้ายทนไม่ไหว และทุกวันนี้มันไม่ลดแล้ว ตอนนี้มันอ้วนเหมือนเดิมหรือมากกว่าเดิมอีก บางคนอดอาหารเช้า บางคนอดอาหารเย็น หมายถึงอาจมีทานอะไรบ้างเล็กๆน้อยๆเช่น ผลไม้ แต่ไม่ได้ทานอาหารมื้อหลัก หลายๆคนงดทานอาหารบางมื้อทุกวันมาเป็นระยะเวลานานหลายปี บางคนเพิ่งเริ่มลองอดอาหารโดยเฉพาะคนที่อายุน้อยๆหรือพยายามลดน้ำหนักเป็นครั้งแรกในชีวิต แต่สุดท้ายแล้วเมื่อเวลาผ่านไปอายุมากขึ้นคนเหล่านั้นยังอ้วนอยู่ หรือ ยังมีสัดส่วนเกินที่ไม่น่ามองเหมือนเดิม ส่วนใหญ่แล้วคนที่เคยคุยด้วยจะเริ่มรู้สึกตัวว่าน้ำหนักตัวมันไม่ลดลงเลยแม้จะอดอาหารแค่ไหนเมื่ออายุถึง 30ปี แต่ก็มีบางคนที่เริ่มรู้สึกตัวเมื่ออายุน้อยกว่านั้น เมื่อคุณอดอาหารไม่ว่าจะมื้อใดก็ตามจะทำให้ – ขาดสารอาหาร 5 หมู่ (โปรตีน,คาร์โบไฮเดรต,วิตามิน,แร่ธาตุ,ไขมัน) ร่างกายทุกส่วนจะอ่อนแอลง เพราะไม่มีวัตถุดิบในการซ่อมแซม เสริมสร้างตัวเอง ขอย้ำว่าทุกส่วนของร่างกาย ตั้งแต่เส้นผม หัว ผิวหน้า หน้าอก ปอด หัวใจ ตับไตไส้พุง เล็บ จุดซ่อนเร้น อ่อนแอลงทั้งหมด – ขาดพลังงานจากอาหาร (มาจากคาร์โบไฮเดรต,ไขมันเป็นหลัก) คุณจะเป็นโรคขี้เกียจทันที จะรู้สึกไม่มีแรงเพราะร่างกายไม่มีพลังงานที่จะทำอะไร ร่างกายจะลดระดับการเผาผลาญลงโดยอัตโนมัติ เมื่อเป็นหลายๆครั้งเข้าร่างกายจะชินจนระดับการเผาผลาญที่ต่ำลงนั้นกลายเป็นเรื่องปกติของร่างกายคุณ เรียกว่าอาการขี้เกียจเป็นปกติ – ไม่มีอาหารตกถึงท้องทำให้น้ำย่อยในกระเพาะย่อยผิวกระเพาะ เป็นการประชดที่คุณไม่ยอมให้อาหารกับเค้าเป็นสาเหตุให้เป็นแผลในกระเพาะอาหาร หรือ โรคกระเพาะนั่นเอง จากที่ตอนแรกคุณเป็นแค่คนอยากลดความอ้วนตอนนี้คุณกลายเป็น คนไม่สบายที่อยากลดความอ้วนซะแล้ว – ไม่มีอาหารและเส้นใยอาหารเคลื่อนตัวผ่านระบบทางเดินอาหาร (ลำไส้เล็ก,ลำไส้ใหญ่) ทำให้ไม่มีการบีบตัวของลำไส้ซึ่งทำให้อาหารเคลื่อนตัวผ่านระบบทางเดินอาหารได้ดี นานๆเข้าก็จะทำให้สุขภาพระบบย่อยอาหารอ่อนแอและพลังในการขับถ่ายน้อยลง จะพาลทำให้ท้องผูก ทีนี้ล่ะระหว่างที่คุณอดอาหารไม่ทานอาหารใหม่เข้าปากแล้วยังไม่ยอมเอาของเก่าออกอีก – ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง เพราะไม่มีคาร์โบไฮเดรต (แป้ง,น้ำตาล) นอกจากทำให้อ่อนเพลียไม่มีแรงแล้วยังทำให้สมองกระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกหิวอีกเพื่อเตือนให้คุณทานอาหารได้แล้วจะหมดแรงแล้วนะ นั่นคือคุณจะยิ่งรู้สึกหิวเป็นพิเศษหลังจากอดอาหาร และคุณจะควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้ หากปกติคุณเป็นสาวหวานมารยาทเรียบร้อยคุณจะเปลี่ยนไปทันที สวาปามอย่างขาดจิตสำนึกไปหมดทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นแป้ง น้ำตาล ไขมัน ขนม คุกกี้ เค้กของหวาน ข้าวเหนียว น้ำหวาน เครื่องดื่มหวานๆต่างๆ จากที่อ้วนแต่สุภาพกลายเป็นอ้วนแบบหมดสภาพ ต้องเข้าใจว่าร่างกายของมนุษย์ถูกวิวัฒนาการมานับหมื่นปีเพื่อให้อยู่รอดผ่านยุคสมัยต่างๆมาได้จนถึงทุกวันนี้มันถูกออกแบบมาอย่างดีให้ทานอาหารได้หลากหลายชนิด เมื่อทานอาหารก็จะย่อยอาหารเพื่อนำสารอาหารมาใช้ซ่อมแซม ฟื้นฟู ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต และเปลี่ยนพลังงานจากอาหารมาเก็บสำรองไว้ในร่างกายในรูปของไกลโคเจนในกล้ามเนื้อ และ ไขมัน ซึ่งจะสะสมไว้ที่ตับ กล้ามเนื้อ และชั้นไขมันตามส่วนต่างๆของร่างกาย เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานไว้ใช้เพียงพอ ดังนั้นอย่าอดนะคะ เปลี่ยนการทานอาหาร เลือกทานมื้ออาหารที่ดีต่อสุขภาพ ไม่ทำให้อ้วน และงดทานของที่ทำให้อ้วนเมื่อรู้สึกหิวก็ทาน อย่าไปฝืนแต่ให้เลือกทานอาหาร หรือของว่างที่ไม่ทำให้อ้วน น้ำตาลและแป้งน้อย ไม่มีไขมัน เน้นโปรตีนทานอาหารให้เป็นเวลา เวลาทานอาหารอาจแตกต่างกันไปสำหรับแต่ละคน แต่ต้องทานให้ครบ 3 มื้อค่ะ

9 อาหารว่างที่ควรระวังในช่วงลดน้ำหนัก

อาหารที่เป็นตัวอย่างบางชนิดมีประโยชน์มากและถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมหากทานในปริมาณที่พอเหมาะ อย่าหยิบฉวยอาหารที่บอกว่า Healthy เพียงอย่างเดียว แต่ควรอ่านฉลากและเช็คส่วนผสมต่างๆ ประกอบ ว่ามีปริมาณ คาร์โบไฮเดรต น้ำตาล และไขมันเท่าไหร่ด้วย สารพันน้ำปั่น การทานผลไม้เยอะๆ นั้นดีกับสุขภาพ เพื่อความสะดวก หลายๆคนจึงเลือกที่สั่งน้ำผลไม้ปั่นมาทานเป็นอาหารว่างและด้วยที่บ้านเราเป็นเมืองร้อนการได้เครื่องดื่มเย็นๆ สดชื่นๆ นั้นมันช่างวิเศษจริงๆ แต่เครื่องดื่มอย่างน้ำปั่นนั้นมีพลังงานไม่ใช่น้อยๆ หรืออาจมีพลังงานเทียบเท่าพลังงานในอาหารมื้อปรกติมื้อนึงเลยทีเดียว ทางออกที่ดีหากต้องการเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจริงๆ ลองทำเมนูน้ำปั่นเองที่บ้าน เลือกวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพ ที่คุณชื่นชอบและลดการใส่น้ำเชื่อมหรือน้ำตาลในปริมาณมากๆ หรือเปลี่ยนมาผสมเวย์โปรตีน โยเกิร์ต หรือนมขาดมันเนยจะดีกว่า ถั่วผสมผลไม้แห้ง ถั่วหรือเมล็ดพืชผสมผลไม้แห้ง หรือที่เรียกว่า Trail mix นั้น ถือเป็นของว่างที่ได้รับความนิยมในหมู่คนรักสุขภาพและคนลดน้ำหนัก ซึ่งจริงอยู่ที่ Trail mix ในปริมาณที่พอเหมาะ (ไม่เกิน 1/4 ถ้วยตวง) สามารถช่วยให้คุณหายเหงาปากได้ แต่เพื่อให้เป้าหมายในการลดน้ำหนักของคุณสดใสขึ้น ควรหลีกเลี่ยง Trail mix แบบสำเร็จรูป หันมาผสมถั่วหรือเมล็ดพืชผสมผลไม้แห้งในแบบของคุณเอง ก็สามารถช่วยลดปริมาณน้ำตาลแฝงที่เราไม่รู้ ที่มากับอาหารสำเร็จรูปได้ และต้องไม่ลืมที่จะทานมันอย่างใช้สติด้วย เพราะถึงแม้ว่าจะดีต่อสุขภาพ แต่เจ้า Trail mix ก็มีพลังงานและไขมันอยู่ไม่ใช่น้อย กล้วยแผ่นอบกรอบ จริงอยู่ที่กล้วยอุดมไปด้วยโพแทสเซียม และ เป็นอาหารที่เป็นแหล่งพลังงานชั้นยอดโดยเฉพาะมื้อก่อนออกกำลังกาย แต่กล้วยแผ่นอบกรอบมันตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง กล้วยแผ่นอบกรอบส่วนใหญ่มีวิธีการปรุงโดยการนำเอากล้วยดิบมาทอดด้วยน้ำมัน นั้นหมายถึงมันเป็นของว่างที่อุดมไปด้วยไขมันชนิดอิ่มตัวสูง ที่เป็นตัวการของความอ้วน ดังนั้น แนะนำให้ทานกล้วยแบบสดๆ จะมีประโยชน์มากกว่า และ กล้วยหอม 1 ผล จะให้พลังงานอยู่ประมาณ 100 kcal ต่อ ผลเท่านั้น กราโนล่ากับนมขาดมันเนยหรือโยเกิร์ต กราโนล่า หรือ ธัญพืชผสมผลไม้แห้ง ถือเป็นอีก 1 อาหารว่างที่ไดัรับความนิยมในหมู่คนลดน้ำหนักในตอนนี้ โดยจะทานคู่กับนมขาดมันเนย หรือนำมากินคู่กับโยเกิร์ต ซึ่งเมื่อรวมๆ 2 สิ่งนี้จับคู่กัน มื้อของว่างของคุณอาจให้พลังงานมากถึง 350-400 kcal เลยทีเดียว เนื่องจากกราโนล่าแบบสำเร็จรูปที่ขายอยู่มีทั้งน้ำตาลและไขมันแฝงอยู่ เพื่อทำให้มีรสชาติอร่อยทานง่ายขึ้น มาถึงตรงนี้ไม่ได้บอกว่า กราโนล่าไม่ดี ปริมาณต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญ กราโนล่าปริมาณ 1 อุ้งมือ เป็นปริมาณที่เหมาะสมจะเป็นของว่างระหว่างมื้อ และ ควรหลีกเลี่ยงการเติมน้ำตาลหรือน้ำผึ้งเพิ่มลงไป และพยายามสลับสับเปลี่ยน การทานกราโนล่าเพียงอย่างเดียว ลองสลับมาทานข้าวโอ๊ตบ้างก็เป็นตัวเลือกที่ทำให้คุณอิ่มโดยไม่ต้องระวังน้ำตาลและไขมันแฝง ขนมปังแท่งอบกรอบ ในช่วงลดน้ำหนัก หลายคนแก้เหงาปากด้วยขนมปังแท่งอบกรอบมาเป็นของว่าง ขนมปังแท่งเหล่านี้อาจให้พลังงานไม่มากนักเมื่อเทียบกับของว่างอย่างอื่น แต่ขนมปังแท่งอบกรอบพวกนี้จะมีเกลือ (โซเดี่ยม) และไขมันแฝงอยู่ ซึ่งถือเป็นฝันร้ายของการไดเอทเลยทีเดียว การรับประทานอาหารที่โซเดี่ยมสูงๆ ในขณะลดน้ำหนักจะทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ ด้วยเหตุนี้ร่างกายจะเริ่มสะสมน้ำในร่างกายมากขึ้นทำให้เกิดอาการบวมน้ำ ซึ่งจะทำให้ดูตัวบวมขึ้น ลองเปลี่ยนขนมปังอบกรอบมาเป็นถั่วลิสงคั่วหรืออัลมอนไม่ใส่เกลือแทน คุณก็จะได้ของว่างที่ให้โปรตีนแถมไฟเบอร์ที่จะอิ่มทนอิ่มนานกว่า น้ำผลไม้และเครื่องดื่ม Sugarfree ไดเอทต้องไม่ดื่มน้ำอัดลม งั้นเปลี่ยนมาเป็นเครื่องดื่ม Sugarfree หรือน้ำผลไม้ละกัน ก่อนจะตัดสินใจหยิบขึ้นมาดื่ม คุณควรต้องทราบว่าน้ำอัดลมประเภท ไดเอทหรือแบบ Sugarfree จะใช้การเติมสารให้ความหวานแทนน้ำตาลในปริมาณสูง ซึ่งอาจส่งผลทำให้ระบบการเผาผลาญของคุณทำงานช้าลง น้ำผลไม้สำเร็จรูปก็เช่นกันที่ไม่เหมาะจะนำมาเป็นเครื่องดื่มในช่วงลดน้ำหนัก เพราะถึงแม้จะไม่เติมน้ำตาลเพิ่มลงไป น้ำผลไม้สำเร็จรูปเหล่านี้ก็มีน้ำตาลตามธรรมชาติอยู่ วิธีการที่ดีที่สุดที่จะลดปริมาณน้ำตาลเหล่านี้ คือทานน้ำเปล่าให้มาก หรืออาจใช้การเติมผลไม้สดๆลงไปในน้ำเปล่าเย็นๆ ก็ให้กลิ่นและรสที่เป็นธรรมชาติไปอีกแบบ โยเกิร์ต อุ้ยตกใจ นี้เราเข้าใจผิดมาตลอดหรือนี่ เอามือทาบอกแล้วติดสตั้นไป 10 วินาที โยเกิร์ตถือเป็นอาหารว่างที่ดีและเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในช่วงการลดน้ำหนัก แต่ใช่ว่าโยเกิร์ตทุกชนิดจะดีไปหมด หรือปลอดภัยที่จะทานเท่าไหร่ก็ได้ โยเกิร์ตชนิดไขมันต่ำโดยมากจะมีการเติมน้ำตาลเพื่อแต่งรสชาติในปริมาณมาก ซึ่งอาจเป็นตัวการสกัดฝันในการมีรูปร่างที่ดีของคุณ ก่อนเลือกโยเกิร์ตจากตู้แช่ทุกครั้งให้อ่านฉลาก ไม่เพียงดูแต่แคลอรี่เท่านั้นแต่จะต้องเช็คและปรียบเทียบปริมาณคาร์โบไฮเดรต และน้ำตาลด้วย และเลือกชนิดที่ไม่ปรุงรสจะดีที่สุด ของว่างกรุบกรอบและคุ๊กกี้ การให้รางวัลด้วยขนมกรุบกรอบหรือคุ๊กกี้รสโปรดไม่ใช่ความผิดใหญ่หลวง แต่ถ้าหากคุณจริงจังกับการลดน้ำหนัก ขนมเหล่านี้ควรหลีกเลี่ยงให้ไกล เพราะอย่างที่ทราบ ขนมเหล่านี้มีไขมันและน้ำตาลแบบเต็มสตรีม และด้วยความอร่อยอาจจะทำให้พลาดแบรกแตก แหกโค้งทานเกินขนาดได้ง่ายๆ ลองตัดใจจากของโปรดเหล่านี้เปลี่ยนมาเป็นผักหรือผลไม้หวานน้อยแช่เย็นๆ จะช่วยให้มื้ออาหารว่างของคุณทรงคุณค่ามากกว่าการทานขนมอ้วนๆที่เติมเต็มความสุขของคุณเพียงแค่ไม่กี่วินาที ช็อกโกเลต ช็อกโกเลตของหวานแสนอร่อยที่ใครๆ ก็ชอบ แต่ไม่ต้องพูดถึงพลังงาน เพราะช็อกโกเลตนมหวานๆ มันๆ นั้นให้พลังมากเอาเรื่องเลยทีเดียว การทานช็อกโกเลตต้องระวังให้มากเรื่องปริมาณน้ำตาล เพราะการที่จะทำให้โกโก้ขมๆ ออกมาอร่อยลิ้นนั้นต้องใช้น้ำตาลเป็นส่วนผสมจำนวนมาก ยังไม่นับรวมนมที่มีไขมันและส่วนผสมอื่นๆ อีกต่างหาก การเลือกช็อกโกเลตมาทานเป็นอาหารว่างควรเลือกเป็นชนิด Dark Chocolate ที่มีปริมาณโกโก้ไม่น้อยกว่า 70% และใน Dark Chocolate ที่มีโกโก้เยอะๆ จะมีปริมาณน้ำตาลที่น้อยลงตามสัดส่วน และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าช็อกโกเลตนมอีกด้วย

จัดบุฟเฟ่อย่างไรขณะควบคุมน้ำหนัก ?

กระแสการทานอาหารแบบบุฟฟ่ต์ในปัจจุบันถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยที่สามารถควบคุมราคาได้ ได้ทานอาหารหลากหลาย และทานได้จนกว่าจะอิ่ม แต่หลุมพลางของอาหารบุฟเฟ่ต์คือการที่เราทานมากเกินไปและอาจทำให้ได้รับพลังงานได้มากเกินความจำเป็น เผลอๆมื้อๆนึงอาจได้รับพลังงานเทียบเท่าพลังงานที่ร่างกายต้องการตลอดทั้งวันเลยทีเดียว ซึ่งสำหรับคนที่ควบคุมน้ำหนักอยู่นั้นบุฟเฟ่ต์ถือเป็นสิ่งต้องห้าม เพราะอุดมไปด้วยพลังงานและไขมันจำนวนมาก แต่ในทางกลับกันบางครั้งเราเองอาจจำเป็นต้องใช้เวลาร่วมกับเพื่อนฝูงและครวบครัว อาจมีมื้อสนุกสุขสรรญและช่วงเวลาทานอาหารร่วมกัน และอาจจบด้วยการเสียงส่วนมากลงความเห็นไปจบที่ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ ทานบุฟเฟ่ต์อย่างฉลาด เลือกอาหารที่เป็นมิตรต่อสุขภาพและการควบคุมน้ำหนัก การเลือกว่าจะกินบุฟเฟ่ต์อะไรดี มักเป็นขั้นแรก ๆ ซึ่งทุกคนก็จะต้องถกเถียงกันเพื่อเลือกร้านให้บรรดากลุ่มคนที่จะกินด้วยกันทั้งหมดนั้นโอเคกับตัวเลือก และแน่นอนว่าถ้าคุณไม่อยากอ้วน ก็จะต้องดูว่าร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ที่เราจะเลือกเข้าไปทานนั้นดีต่อสุขภาพหรือเปล่า ควรเลือกร้านอาหารที่หลากหลายที่สามารถเลือกสั่งอาหารที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ และไม่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งอาหารที่เป็นมิตรในที่นี้หมายถึง อาหารเพื่อสุขภาพที่มีไขมันต่ำ เลี่ยงเมนูที่ปรุงด้วยวิธีการผัดหรือทอด ออก start บุฟเฟ่ต์โดยเริ่มที่สลัด หากไปร้านอาหารที่มีเมนูสลัดแนะนำให้สั่งมาด้วยทุกครั้ง หรือตักสลัดมากินเป็นเมนูแรก เพราะใยอาหารจะช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็ว และไม่อยากกินอาหารที่มีไขมันมาก ลองหยิบเอาผักผลไม้หลาย ๆ ชนิด มาผสมกันในจานสลัด เพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างสูงสุด ที่สำคัญควรเลือกน้ำสลัดที่เป็นน้ำมันมะกอก หรือน้ำมันคาโนล่า จะช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากสารอาหารที่รับประทานเข้าไปอย่างเต็มที่ เพราะมีวิตามิน A, D, E และ K ซึ่งเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน ส่วนใครที่กังวลว่านั่นคือน้ำมันก็ไม่ต้องห่วง เพราะน้ำมันเหล่านี้ให้ไขมันดีกับร่างกาย ส่วนใครที่คิดว่ารสชาติมันจืดชืดเกินไปก็สามารถเหยาะน้ำส้มสายชูลงไปนิด ๆ เพื่อเสริมรสชาติได้เช่นกัน เลือกเนื้อสัตว์ไร้ไขมันหรือเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ ในบรรดาอาหารบุฟเฟ่ต์มักมีเนื้อสัตว์หลากชนิดให้เลือก แต่ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการลดน้ำหนักก็คือ เนื้อสัตว์ไร้ไขมัน เช่น เนื้อปลา และเนื้อไก่ เพราะเนื้อสัตว์เหล่านี้ไม่มีไขมัน หรืออาจมีไขมันในปริมาณที่น้อยกว่าการเลือกทานเนื้อหมูหรือเนื้อวัว ขนาดจานมีผลกับจิตใจ มีการวิจัยศึกษาหนึ่ง ซึ่งพบว่า การรับประทานอาหารด้วยจานใบเล็กจะช่วยให้เราทานอาหารได้น้อยลงกว่าการใส่จานใหญ่ อีกอย่างหนึ่งคือ เมื่อจานเล็กก็ต้องลุกไปตักอาหารบ่อย ๆ ก็จะได้เดินเผาผลาญไปด้วย

-เลือกรับประทานให้หลากหลาย
ในการเลือกรับประทานอาหารนั้น ไม่ควรเลือกทานแต่ที่ชอบเพียงชนิดเดียว เพราะอาหารที่หลากหลายจะช่วยให้ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารที่ซ้ำ ๆ กันเกินจำเป็น ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอ้วนและโรคอื่น ๆ ตามมาในภายหลัง ระวังไขมันซ่อนแอบ ไขมันแอบแฝงที่ว่า คือ เนย นม ที่อยู่ในน้ำสลัด และเป็นส่วนผสมในอาหาร เช่น ขนมปังกระเทียม เห็ดผัดเนย เพราะเมื่อเราไม่ทันสังเกตก็จะรับประทานอาหารในปริมาณมาก ทำให้มีไขมันสะสมในร่างกายเพิ่มขึ้น ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ควรสั่งอาหารที่ไม่มีส่วนผสมของเนย นม และมาการีน หรือหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรกินให้น้อยที่สุด อย่าละเลยการเลือกเครื่องดื่ม การเลือกเครื่องดื่มที่ทานคู่กับบุฟเฟ่ต์ก็สำคัญ ควรเลือกดื่มเครื่องดื่มที่มีแคลอรี่น้อย อย่างเช่น น้ำเปล่า น้ำผลไม้ ชา น้ำอัดลมแคลอรี่ต่ำ แทนการดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลมธรรมดา เพราะมีแคลอรี่สูง หยุดกินก่อนอิ่มจัด เมื่อรู้สึกว่าเริ่มอิ่มแล้ว ให้หยุดรับประทานอาหาร แต่ให้ดื่มน้ำตามเข้าไปแทน เพราะกระเพาะของคนเราต้องใช้เวลาถึง 15 นาที ในการส่งสัญญาณออกไปบอกสมองว่า อิ่มแล้ว ดังนั้นหากเราหยุดก่อนที่จะรู้สึกอิ่ม จะทำให้เราอิ่มพอดีไม่แน่นเกินไปในภายหลัง หรืออาจรับประทานผลไม้แทน ผลเสียจากการจัดหนัก (ทานมากเกินไป) การกินมากไปก็ทำให้เป็นทุกขลาภแห่งลำไส้และระบบย่อยอาหาร ซึ่งอาการที่เป็นผลจากการจัดหนักโดยเฉพาะการทานบุฟเฟ่ต์ สำหรับคนที่ชอบกินจนอิ่มจุกจนมาถึงคอหอย กินจนเกินความพอดี อาจก่อให้เกิดโรคดังต่อไปนี้ได้ “หิวไว” คนที่กินหนัก มักจะหิวไวและหิวมากในมื้อต่อไป เพราะกระเพาะและลำไส้ต้องทำงานหนักในการย่อยอาหารมื้อใหญ่ ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดอาการน้ำตาลตก หิวไวและหิวมากขึ้น การกินมากๆยังทำให้ลำไส้และระบบทางเดินอาหารทำงานหนัก อวัยวะภายในก็เหมือนเครื่องยนต์ที่เมื่อใช้งานหนักๆก็จะเสื่อมไว ซึ่งอาหารที่ทานเข้าไปมากอาจทำให้ลำไส้เกิดรูรั่วได้ เนื่องจากการบีบตัวแบบไม่ได้พัก แถมยังทำให้เกิดอาหาร “กรดไหลย้อน” ถามหาได้อีกด้วย นอกจากการกินอิ่มมากๆ ยังทำให้เกิดอาการ “นอนไม่หลับ” เพราะลำไส้ต้องทำงานหนักแบบไม่ได้หยุดหย่อน เกิดการแน่น อึดอัดท้อง เนื่องจากแก็สที่เกิดจากกระบวนการย่อย สำหรับเรื่องอ้วนก็ไม่ต้องพูดถึง ยิ่งกินมื้อหนักอย่างบุฟเฟ่ต์มากเท่าไรก็ยิ่งได้แคลอรี่ส่วนเกินที่ลดยากขึ้นเท่านั้น เพราะการกินหนักเป็นบางมื้อทำให้ร่างกายเครียด ตับมีการหลั่งฮอร์โมนออกมาเพื่อให้ร่างกายเก็บไขมันไว้ให้มากขึ้น จึงทำให้น้ำหนักเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว การกินเยอะยังส่งผลให้เกิดอาการ หงุดหงิดง่าย เจ้าอารมณ์ เพราะเคมีในร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่อาหารเข้าปากและหนึ่งในเคมีที่ว่าคือ “เคมีแห่งอารมณ์” อาจทำให้อารมณ์แปรปรวนได้ง่ายๆ สุดท้าย คือ อาการสมองตื้อ คิดไม่ออก คนที่กินอิ่มมากๆ มักจะมีอาการ “สมองตื้อ หัวไม่แล่น” งุนงง เบลอๆ เนื่องจากจากเลือดถูดลำเลียงไปเลี้ยงลำไส้เสียมากเพื่อช่วยในการย่อยอาหาร และเกิดจากการหลั่งโกรทฮอร์โมนที่ลดลง ทำให้กำลังตก ง่วงเหงาหาวนอน ไม่สดใส ดังนั้นจากโทษของการทานมากจนเกินพอดี จึงต้องพยายามทานให้เพียงพออิ่ม หรือพยายามหยุดทานเมื่อรู้สึกถึงความอิ่มที่ 70-80% หรือหยุดทานก่อนที่จะรู้สึกอิ่ม เนื่องจากสมองจะส่งสัญญาณความอิ่มไปถึงสมองหลังจากทานไปแล้วประมาณ 20-30 นาที เพราะฉะนั้นแล้ว อย่าทานบุฟเฟ่ต์บ่อยเกินไป อย่าเร่งทานให้ได้ปริมาณเยอะๆ อย่าห่วงว่าจะทานไม่คุ้ม แต่ให้ห่วงรูปร่างและสุขภาพร่างกายของตัวคุณเป็นหลักจะดีกว่า